ดวงตา ตา ตาแห้ง มองไม่ชัด อาการตาแห้ง เคืองตา แสบตา โรคตาแห้ง

จ้องคอมนานๆ ต้องระวัง! เสี่ยงเป็น โรคตาแห้ง

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / จ้องคอมนานๆ ต้องระวัง! เสี่ยงเป็น โรคตาแห้ง

ตาแห้ง โรคยอดฮิตที่เป็นกันมากในปัจจุบัน หนึ่งในสาเหตุของ โรคตาแห้ง ที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน คือ การใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ จะมีอาการ ได้แก่ ระคายเคืองตา เหมือนมีเศษผงอยู่ในดวงตา, แสบตาง่าย บางคนอาจมีน้ำตาไหล โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ในที่ที่ลมพัดแรงหรืออากาศแห้ง เช่น ในห้องแอร์, เห็นภาพเบลอมากขึ้นเมื่ออ่านหนังสือ หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือจ้องมือถือเป็นระยะเวลานานๆ

อาการจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับโรคตาแห้ง

เนื่องจากการทำงานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้สายตาในระยะใกล้ และต้องใช้สมาธิในการเพ่งหน้าจอ จะส่งผลให้การกะพริบตาลดลง (ใน 1 นาที คนเราควรกระพริบตาประมาณ 10-15 ครั้ง) ประกอบกับการทำงานในห้องแอร์ ซึ่งมีสภาพอากาศที่แห้ง และแสงจ้าจากคอมพิวเตอร์ จะทำให้น้ำตาที่เคลือบผิวตาระเหยได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะหากทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ หลายชั่วโมงโดยไม่พักสายตา จะส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งตามมาได้ หากปล่อยไว้นานจนตาแห้งมากๆ จะส่งผลให้เกิดอาการตาแดง มีการอักเสบของเยื่อตา และกระจกตาเป็นแผลถลอกได้

โรคตาแห้ง

“ ตาแห้ง ” อันตรายจากการใช้คอมพิวเตอร์

1. แสบ คัน ระคายเคืองตา

2. ตาแฉะ

3. ตาแดง

4. มีเมือก เหนียวๆ รอบดวงตา

5. คล้ายมีฝุ่นอยู่ในตา

6. สายตา ไวต่อแสงมากกว่าปกติ

7. มองเห็นภาพเบลอ

โรคตาแห้ง

สาเหตุอื่นๆ ของโรคตาแห้ง เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ

1. เกิดจากการที่ต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาไม่เพียงพอจากโรคบางชนิด เช่น กลุ่มอาการ Sjogren syndrome เป็นต้น

2. น้ำตามีเพียงพอแต่ระเหยออกจากตาเร็ว เช่น เป็นโรคเปลือกตาอักเสบ มีต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน เป็นภูมิแพ้ ใส่คอนแทคเลนส์ เป็นต้น

ทั้งนี้ยังพบว่า โรคตาแห้งยังสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น, เพศหญิง (พบได้บ่อยกว่าเพศชาย), การอยู่ในสภาพอากาศที่แห้ง มีลมพัดแรง นอกจากนี้ การใช้ยาบางชนิดก็มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการตาแห้งได้ ที่รู้จักกันดีเช่น ยาแก้ภูมิแพ้ เป็นต้น

การดูแลและรักษาโรคตาแห้ง

1. หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน โดยใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุกๆ 20 นาทีที่จ้องหน้าจอ ให้พักสายตาเป็นระยะเวลานาน 20 วินาที โดยการมองทอดสายตาไปที่ไกลๆกว่า 20 ฟุต

2. กะพริบตาบ่อยๆ เพื่อให้มีน้ำตามาเคลือบผิวตาให้ชุ่มชื้น

3. หมั่นทำความสะอาดเปลือกตาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีโรคเปลือกตาอักเสบหรือต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน เพื่อลดปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการตาแห้ง

4. ใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

5. การรักษาอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น ยาหยอดลดการอักเสบ, autologous serum, omega-3 supplement, การอุดท่อน้ำตา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาอาการตาแห้ง คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง หรือการป้องกัน หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดอาการตาแห้ง หากอาการผิดปกติทางตา ก็ควรมาตรวจกับจักษุแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้จนเป็นปัญหาเรื้อรัง และควรตรวจเช็กสุขภาพตาปีละ 1 ครั้งเป็นประจำ

บทความโดย : แพทย์หญิง อุษณีย์ สีพงษ์พันธ์ จักษุวิทยา เฉพาะทาง โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา