ผ่าตัดกระเพาะ ลดน้ำหนัก ผ่าตัดกระเพาะอาหาร ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง

ทำความรู้จัก ผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก เป็นอย่างไร ได้ผลจริงไหม?

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ทำความรู้จัก ผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก เป็นอย่างไร ได้ผลจริงไหม?

อย่างที่เราทราบกันดีว่า การที่น้ำหนักตัวเกิน อาจทำให้เราเป็นโรคอ้วนได้ และโรคอ้วนนี้ ยังจะเป็นชนวนที่นำพาโรคอื่นๆ มาสู่ร่างกาย ซึ่งบางคนที่ทำอย่างไรก็ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก อาจช่วยแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง และอาจจะมีการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารใหม่ ทำให้การดูดซึมอาหารลดลงด้วย ทั้ง 2 กลไกนี้จะทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารแล้วรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และก็ทำให้น้ำหนักลดลงในที่สุด

ผ่าตัดกระเพาะ ลดน้ำหนัก

โดยทั่วไปการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักมี 2 วิธีหลัก ๆ

1. Laparoscopic Sleeve Gastrectomy คือ ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะให้เล็กลงอย่างเดียว วิธีนี้ขนาดกระเพาะจะคล้าย ๆ กับไส้กรอกยาว ๆ เรียกสั้น ๆ ว่า การผ่าตัดแบบ Sleeve

2. Laparoscopic Gastric Bypass คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร และมีการทำทางเดินอาหารใหม่ด้วย ทำให้มีการดูดซึมอาหารลดลง วิธีนี้เรียกสั้น ๆ ว่า Bypass

ทั้ง 2 วิธีนี้ ทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลดลงได้ และโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจดีขึ้น หรือในบางครั้งหายขาดได้ วิธีไหนเหมาะกับผู้ป่วยรายไหนขึ้นอยู่ที่น้ำหนัก และโรคประจำตัวต่าง ๆ ของแต่ละราย

ผ่าตัดกระเพาะ ลดน้ำหนัก

จะผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ผู้ป่วยต้องตรวจดัชนีมวลกาย หรือ BMI ของตัวเองก่อนว่าเข้าได้กับข้อบ่งชี้ที่กล่าวมาข้างต้น คือ มีภาวะโรคอ้วนระดับ 3 ค่าดัชนีมวลกาย หากเข้าได้กับข้อบ่งชี้และได้ลองพยายามลดน้ำหนัก การคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ควรเข้ามาติดต่อที่ คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน เพื่อพบแพทย์ซึ่งจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัด และมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดทุกระบบ เพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด

นอกจากนั้นต้องพยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองก่อนอย่างน้อย 5 – 10 % เพื่อการผ่าตัดที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยทั่วไปการผ่าตัดจะเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็ก ฟื้นตัวไว นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระยะสั้น 1 – 2 คืนก็กลับบ้านได้แล้ว แต่หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องกลับมาตรวจทุกๆ 3 เดือนในช่วง 1 ปีแรก เพื่อดูว่ามีผลแทรกซ้อนระยะยาวหลังผ่าตัดหรือไม่ น้ำหนักลดลงหรือไม่ และโรคประจำตัวต่างๆ ของคนไข้ดีขึ้นหรือไม่

การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาสุขภาพ ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อรักษาความสวยงาม อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารไปแล้ว ไม่มีการควบคุมพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถกลับมาอ้วนได้เช่นเดิมอีก

คลิป > ชายอ้วนที่สุดในโลกเข้ารับการผ่าตัดลดน้ำหนัก

ที่มา : อ.นพ.วรบุตร ทวีรุจจนะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา