Pathological Liar โกหก โรคมโน โรคหลอกตัวเอง ไม่พูดความจริง

โรคหลอกตัวเอง มีอยู่จริง! อยากรู้ไหม สาเหตุเกิดมาจากอะไร?

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / โรคหลอกตัวเอง มีอยู่จริง! อยากรู้ไหม สาเหตุเกิดมาจากอะไร?

ในยุคที่สังคมโซเชียลมีอิทธิพลมาก เราจะเห็นได้เลยว่ามีคนจำนวนไม่น้อย ที่ชอบโพสต์เรื่องราวดีๆ ลงโลกโซเชียล จนทำให้หลายๆ คนคิดว่าชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นดีจังเลย จนอาจเกิดการเลียนแบบ หรือโกหกว่าตัวเองเป็นแบบนั้น แบบนี้ลงโลกโซเชียล และอาจนำไปสู่ “โรคหลอกตัวเอง (Pathological Liar)” โดยไม่รู้ตัว

โรคหลอกตัวเอง (Pathological Liar)

ตามทฤษฎีทางจิตวิทยา การโกหก ที่ทำจนเป็นนิสัย เป็นความเคยชิน และสร้างปัญหา มี 2 แบบ คือ

1. การโกหกตัวเอง (Pathological Liar)

มีรากภาษาละตินว่า Pseudologia fantastica หมายถึง ภาวะการโกหกที่ควบคุมไม่ได้ โดยการโกหกตัวเองแบบนี้ เชื่อว่าเป็นการหนีปัญหารูปแบบหนึ่ง และมักจะมีการแต่งเติมสิ่งที่ขาดไปด้วยการจินตนาการตามสภาพที่อยากเป็น ผู้ป่วยที่มีอาการโกหกตัวเอง อาจมีลักษณะต่อต้านสังคม ขาดสังคม หรือขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

2. การโกหกเป็นนิสัย (Compulsive Liar)

การโกหกเป็นนิสัยเป็นการลวง หรือให้ความบิดเบือนต่อผู้อื่น ซึ่งเจ้าตัวยังรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร

ภาวะ 2 ชนิดนี้ความแตกต่างกัน คือ ถ้าเป็นโรคโกหกตัวเองแล้วเขาจะหลอกแม้แต่ความทรงจำของตัวเอง ส่วนโรคโกหกเป็นนิสัยบุคคลเหล่านี้ ยังรู้ว่าความจริงและความเท็จต่างกันอย่างไร อาจโกหกเพื่อเอาตัวรอด โดยยังสามารถแยกแยะสิ่งที่เป็นจริงกับเรื่องที่โกหกได้

โรคหลอกตัวเอง

สาเหตุของโรคหลอกตัวเอง

1. ความขัดแย้งในครอบครัว อาจอยู่ในครอบครัวที่มีปัญหามาตั้งแต่เด็ก ๆ

2. ถูกกระทำชำเรา หรือถูกทำร้ายร่างกาย บังคับขืนใจในบางเรื่อง

3. มีความผิดปกติทางประสาท เช่น ความพิการทางสมอง หรือความบกพร่องทางการเรียนรู้

4. มีอาการของโรคบุคลิกภาพแปรปรวน เช่น อันธพาล หลงตัวเอง หรือโรคบุคลิกภาพก้ำกึ่ง เป็นต้น

5. มีพฤติกรรมเลียนแบบ

6. มีผลข้างเคียงมาจากโรคยั้งใจไม่ได้ เช่น ชอบขโมยของ หรือ มีโรคบ้าช้อปปิ้งร่วมด้วย

อาการที่มักเห็นได้บ่อยๆ

1. มักพูดไปยิ้มไป แต่เป็นยิ้มหลอกๆ ที่สามารถจับสังเกตได้

2. การพูดมักมีสีหน้านิ่งเกินเหตุ ดูไม่เป็นธรรมชาติ คล้ายกำลังพูดด้วยอาการเกร็ง

3. หายใจถี่และแรงขึ้น กระพริบตาถี่ ชอบเม้มริมฝีปาก

4. พูดติดขัด มีเนื้อความซ้ำไปซ้ำมา

5. มักใช้มือแตะหรือจับที่ปากขณะที่พูด

6. อาจจับหรือแตะต้องอวัยวะบางส่วนของร่างกายขณะที่พูด

สำหรับคนที่เข้าข่ายโรคหลอกตัวเองนี้ สามารถเข้าพบจิตแพทย์เพื่อทำการรักษาให้หายขาดได้ อาจเป็นด้วยการพูดคุยตักเตือน พฤติกรรมบำบัด หรือด้วยยา ซึ่งถ้าเราเปิดใจรับไม่นานเราก็จะกลับเข้าสู่โลกปกติได้อีกครั้ง

ที่มา : สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย / www.healthandtrend.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา