ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้อง ปวดท้องบิด ลำไส้อักเสบ ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน อาหารขยะ อาหารสุกๆ ดิบๆ อาเจียน อุ่นอาหารซ้ำ ไข้สูง

อุ่นอาหารซ้ำ กินแต่ของเดิมๆ ระวังโรค ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ถามหา!!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / อุ่นอาหารซ้ำ กินแต่ของเดิมๆ ระวังโรค ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ถามหา!!

เคยได้ยินไหม ยิ่งมีตัวเลือกในการกินมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องรู้จักพิถีพิถัน เลือกกินแต่ของที่ดี มีประโยชน์ เพราะถ้ายังตามใจปาก กินแต่อาหารขยะ ของสุกๆ ดิบๆ บ้าง หรือกินอาหารแบบเดิมๆ ระวังโรค ลำไส้อักเสบ เฉียบพลัน จะมาเยี่ยมเอา

คลิป > “โบว์ แวนดา” โอดติดเชื้อในลำไส้ใหญ่ ต้องระวังการกิน

ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน เกิดจากอะไร?

1. เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีสารพิษหรือเชื้อโรคเข้าไป โดยทางการแพทย์จะถือว่าอาหารมื้อสุดท้ายคือต้นเหตุ แต่สำหรับโรคติดเชื้อนั้นไม่แน่นอนเสมอไป ซึ่งระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อถึงระยะเวลามีอาการเกิดขึ้นนั้นเรียกว่า ระยะฟักตัว ซึ่งเป็นลักษณะของโรคติดเชื้อ อาจเป็นระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน

2. ทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานซ้ำๆ แบบเดิม ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ยังรวมถึงอาหารขยะ อาหารสุกๆ ดิบๆ และการทานอาหารที่อุ่นซ้ำบ่อยๆ

3. ความเครียด เรียกได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นให้แสดงอาการ เช่น บางคนเครียดแล้วก็ชอบทาน ทานไม่ตรวเวลาบ้าง หรือไม่ก็ไม่ทานเลยก็มี ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารและลำไส้เล็กแปรปรวน ลำไส้ใหญ่เกิดการเกร็งตัวขึ้น ดูดซึมมากขึ้น ยิ่งถ้าทานอาหารที่ไม่มีไฟเบอร์เข้าไป ก็จะยิ่งกระตุ้นการขับถ่ายเพิ่มเข้าไปอีก

4. ลำไส้อักเสบเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อ

– เกิดจากพิษของแบคทีเรีย โดยที่ไม่มีการรุกรานทำลายผิวของลำไส้ (Non-invasive) ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาจทำให้ถ่ายมากกว่า 10 ลิตรต่อวัน และทำให้เกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

– เกิดจากการรุกรานทำลายผิวของลำไส้โดยแบคทีเรีย (Invasive) อาการของโรคเกิดจากการทำลายผนังของลำไส้ ทำให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้สูง อุจจาระมีมูกเลือดหรือมีกลิ่นเหม็น

– เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (Viral gastroenteritis) เป็นสาเหตุของการท้องเสียที่พบบ่อยในเด็กเล็ก แต่ปัจจุบันพบโรคนี้ในผู้ป่วยผู้ใหญ่มากขึ้น ได้แก่ Rota visus, Adenovirus หรือ Norovirus ทำให้มีอาการท้องเสีย มีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดตามตัว เป็นต้น

5. ลำไส้อักเสบเฉียบพลันที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เป็นสาเหตุส่วนน้อยของโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากการกินสารมีพิษหรือกินอาหารที่ย่อยยากจำนวนมาก เช่น สารพิษจากปลาทะเล สารโลหะหนัก เห็ดพิษบางชนิด หรือกินยาผิด เป็นต้น ทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และมักเกิดภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังได้รับพิษ

มีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่…อย่าชะล่าใจ

1. รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน กินอาหารไม่ได้ อาจมีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะช็อกได้

2. สูญเสียน้ำจากการท้องเสีย รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืดจะเป็นลม ปากแห้ง มือเท้าเย็น หรือหมดสติ

3. ปวดท้องแบบบิดๆ เกิดเป็นพักๆ มักมีอาการถ่ายตามมา แต่หากการปวดท้องตลอดเวลาโดยไม่มีหยุด ให้ระวังไว้ว่านั่นอาจไม่ใช่การปวดจากลำไส้อักเสบธรรมดา

4. มีไข้สูง หนาวสั่น อาจเป็นการติดเชื้อที่อาจจะรุนแรงได้

5. ถ่ายมีมูกเลือด หรือมีอาการปวดหน่วงๆ ที่ทวาร นั่นอาจเป็นอาการของลำไส้ใหญ่อักเสบ

วิธีป้องกันตัวเองได้ดีที่สุดคือเลือกกินอาหารที่ปรุงสดใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำทิ้งไว้ ล้างมือก่อนกินอาหาร ใช้ช้อนกลาง และหากพบความผิดปกติใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า

จัดตารางการกินซะใหม่

คุณควรหันมาเปลี่ยนวิธีดำเนินชีวิต และการกินอาหาร ด้วยการรับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 12 โฟเลต แคลเซียม เหล็ก และสังกะสี เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ผนังลำไส้ และปรับระบบการย่อยอาหารให้คงที่นั้นเอง

1. ผลไม้สุกเนื้อนิ่ม มะละกอสุก กล้วยสุก…เพิ่มไฟเบอร์บรรเทาอาการการอักเสบ

2. อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ผักโขม ผักกูด ปลา กุ้ง หอย…ชดเชยภาวะโลหิตจาง

3. จำพวกปลา ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน …วิตามินดีและบี 12 เพื่อช่วยในการดูดซึม

4. เพิ่มวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ฟักทอง แครอทต้มสุก…ช่วยสร้างความแข็งแรงแก่ลำไส้

ที่มา : www.paolohospital.com /www.phyathai.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา