ถ่ายเหลว ถ่ายไม่หยุด ท้องเสีย ปวดท้อง เกลือแร่ เด็กท้องเสีย

ตอบคำถามคุณแม่ เด็กท้องเสีย อาการแบบไหนต้องรีบพาไปหาหมอ

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ตอบคำถามคุณแม่ เด็กท้องเสีย อาการแบบไหนต้องรีบพาไปหาหมอ

แค่ลูกน้อยไม่สบาย หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่สบายใจอยู่แล้ว ยิ่งถ้า เด็กท้องเสีย ถ่ายเหลว ไม่เป็นปกติ ยิ่งเพิ่มความกังวลให้คุณพ่อคุณแม่มากขึ้นไปอีก แล้วอาการแบบไหนกันนะ ที่ต้องรีบพาไปหาหมอโดยด่วน ลองมาหาคำตอบกันค่ะ

ท้องผูกเรื้อรัง ปัญหากวนใจที่รักษาให้หายได้ โดย นพ.อัครวุฒิ จันทราพิรัตน์

เด็กท้องเสีย เป็นอย่างไร?

องค์การอนามัยโลกบอกว่า ให้ดูที่ลักษณะและความถี่ของการถ่ายอุจจาระ หากลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป เช่ย เนื้อเหลว ความถี่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือเป็นมูกเลือด 1 ครั้ง หรือเป็นปริมาณน้ำมาก 1 ครั้งขึ้นไป ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง (ทั้งนี้ไม่รวมถึงเด็กเล็กที่ยังกินนมแม่ ซึ่งมักจะถ่ายบ่อย แต่อุจจาระเป็นเนื้อดี น้ำหนักตัวขึ้นปกติ)

อาการท้องเสียฉับพลันมักหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ถ้านานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ถือว่าเป็นภาวะอุจจาระร่วมยืดเยื้อ หรือเรื้อรัง

สาเหตุที่ทำให้เด็กท้องเสีย

ในเด็กเล็กที่อายุไม่เกิน 1 ขวบ 70% เกิดจากการได้รับเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่กินเข้าไป รวมถึงมือที่เด็กคลาน หยิบจับของเล็กที่ไม่สะอาด ดังนั้นเด็กเล็กจึงมีโอกาสท้องเสียได้มากกว่าผู้ใหญ่ เพราะยังดูแลตัวเองไม่ได้ และภูมิต้านทานโรคยังต่ำอยู่

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กท้องเสีย โดยที่ไม่ติดเชื้อ คือ การแพ้นมวัว ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ หรือเป็นผลมาจากเนื้องอกบางชนิด หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้น้อย

เด็กท้องเสีย

เด็กท้องเสีย เพราะยืดตัวใช่หรือไม่?

ธรรมชาติของเด็กภายในขวบปีแรก จะมีพัฒนาการของร่างกายจากนอนหงายเป็นนอนคว่ำ นั่ง ยืน เดิน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับอาการท้องเสียเลย เพราะฉะนั้นการยืดตัว จึงไม่ใช่หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กท้องเสีย

เด็กท้องเสีย ต้องทำอย่างไร?

ท้องเสียเป็นกระบวนการขับเชื้อโรคออกจากร่างกาย เพราะฉะนั้นไม่ควรให้ยาหยุดถ่าย เนื่องจากจะเป็นการดักเชื้อโรคให้สะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งมันจะถูกดูดซึมเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิต จนเกิดปัญหาติดเชื้อในกระแสโลหิตตามมาอีก ทั้งนี้เชื้อโรคสามารถกระจายตัวออกไปนอกลำไส้ ทำให้มีปัญหาลำไส้ไม่ทำงาน ท้องอืด กินไม่ได้ อาเจียน

ยาปฏิชีวนะเหมาะกับเชื้อแบคทีเรียบางตัว เช่น เชื้ออหิวาต์ เชื้อบิด พยาธิบางชนิด ดังนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะไม่ถูกโรค อาจทำให้เชื้อโรคดื้อยา และทำให้ยาไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียดี ที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเติบโตขึ้นมา รวมถึงอาจเกิดปัญหาการแพ้ยา ทำให้ท้องเสียรุนแรงมากขึ้น

เด็กท้องเสีย

ทดแทนการสูญเสียน้ำ คือสิ่งสำคัญ

ควรเลือกทานเกลือแร่แบบผงชง เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไปกับการถ่าย 1 ซอง/น้ำต้มสุก ที่เย็นแล้ว 1 แก้ว หรือ 1 ขวดนม 8 ออนซ์ สามารถเตรียมเองได้ง่ายๆ โดยใช้น้ำข้าวใส่เกลือเล็กน้อย (ประมาณ 2 หยิบนิ้วมือต่อน้ำข้าว 8 ออนซ์หรือ 1 แก้ว) หรืออาจผสมเองโดยใช้น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะและเกลือป่น 2 หยิบนิ้วมือใส่น้ำต้มสุก 1 แก้วน้ำ

วิธีการกิน ให้ใช้ช้อนตักป้อนทีละน้อย เพื่อช่วยลดปัญหาการอาเจียน การดูกจากขวดในปริมาณมากๆ อาจทำให้ดูดซึมไม่ทัน และถ่ายออกมาเป็นน้ำเกลือ จนคุณแม่คิดอาจเข้าใจว่ายิ่งกินยิ่งถ่าย

เด็กท้องเสีย กินอะไรได้บ้าง?

  • เด็กเล็กที่เลี้ยงด้วยนมมารดาให้นมมารดาต่อไป ควรให้เด็กดูดนมบ่อยขึ้นกว่าปกติ
  • เด็กที่เลี้ยงด้วยนมผสม ให้นมตามปกติได้เช่นกัน
  • เด็กโตให้อาหารอ่อนที่ย่อยง่ายเป็นข้าวต้ม, โจ๊ก โดยอาจต้องเพิ่มให้บ่อยกว่าปกติ
    ถ้าเด็กสามารถดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ กินอาหาร และนมได้ ถึงแม้จะยังถ่ายอยู่ แต่เด็กไม่อ่อนเพลีย ดูสดใสขึ้น แสดงว่าน้ำในร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว ให้ดื่มต่อไปจนกว่าจะหยุดถ่าย แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ต้องรีบพาไปหาหมอด่วน

เด็กท้องเสีย

อาการแบบไหนที่ควรพาเด็กท้องเสียไปหาหมอ?

1. ถ่ายอุจจาระเป็นมูกหรือมูกเลือด

2. ไข้สูงหรือชัก

3. อาเจียนบ่อย

4. ท้องอืด

5. หอบลึก

6. ไม่ยอมดื่มเกลือแร่ทุกชนิด และ/หรือไม่ยอมดื่มนม หรือกินอาหาร

7. ดื่มเกลือแร่แล้วแต่เด็กยังดูเพลีย ซึมอยู่

8. ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำบ่อย (มากกว่า 10 ครั้งต่อวัน)

ป้องกันโรคท้องเสียอย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุดคือการรักษาความสะอาด ทั้งตัวเด็กและคุณพ่อคุณแม่ด้วย เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ เริ่มจากการล้างมือทุกครั้ง ก่อนหยิบหรือทำอาหารให้กับเด็ก ภาชนะใส่อาหาร ขวดนมของลูก ก็ต้องทำความสะอาดหลังใช้งานเสร็จทันที และต้องฆ่าเชื้อด้วยการต้มจนเดือนอย่างน้อย 10-15 นาที สำหรับเด็กโต หากกินอาหารไม่หมด ต้องมีภาชนะคลุมให้มิดชิด นอกจากนี้อาหารที่กิน จะต้องปรุงสุกใหม่ทุกครั้ง

ที่มา : ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

ขออนุญาตใช้เนื้อหา