ไส้เลื่อน โรคที่คุณผู้ชาย ต้องทำความรู้จัก

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ไส้เลื่อน โรคที่คุณผู้ชาย ต้องทำความรู้จัก
ปวดท้อง ผ่าตัด อาเจียน ไส้เลื่อน ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ ไส้เลื่อนที่อัณฑะ

ไส้เลื่อน เป็นโรคที่ส่วนมากพบในเพศชาย โดยมีสาเหตุมาจากผนังบุช่องท้องมีความอ่อนแอ จนทำให้ความดันในช่องท้อง ดันเอาลำไส้ออกมาบริเวณผนังบุช่องท้องที่มีความอ่อนแอ ซึ่งภายในช่องท้องของเราจะมีอวัยวะอยู่หลายอย่าง เช่น ตับ ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ไส้ติ่ง ลำไส้ใหญ่ เป็นต้น หากลำไส้ที่เคลื่อนออกมา กลับเข้าไปในช่องท้องได้ ก็จะไม่มีอาการใดๆ แต่ถ้าเคลื่อนกลับเข้าไปไม่ได้ จะทำให้คุณรู้สึกหน่วงๆ เวลายืนหรือเดิน ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะทำให้ลำไส้ที่เคลื่อนออกมาขาดเลือดมาเลี้ยง จนทำให้ลำไส้ตายและเน่า ก่อให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงได้

ชนิดของไส้เลื่อน

1. ไส้เลื่อนที่สะดือ : หรือที่เรียกกันว่าสะดือจุ่น มักจะมีอาการมาตั้งแต่แรกเกิด และหายได้เองก่อนอายุ 2 ขวบ

2. ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ : ผู้ป่วยจะมีหน้าท้องที่บริเวณขาหนีบอ่อนแอผิดปกติมาแต่กำเนิด แต่จะปรากฏอาการไส้เลื่อนเมื่อย่างเข้าวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคน หรือเมื่อเป็นโรคไอเรื้อรัง เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ถุงลมปอดโป่งพอง ไส้เลื่อนชนิดนี้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมาได้

3. ไส้เลื่อนที่เกิดหลังผ่าตัด : เป็นไส้เลื่อนที่เกิดหลังได้รับการผ่าตัดช่องท้อง เมื่อแผลหายแล้ว ผนังหน้าท้องในบริเวณผ่าตัด เกิดหย่อนกว่าปกติ ทำให้ลำไส้ไหลทะลักเป็นก้อนโป่งที่บริเวณนั้น

ไส้เลื่อน

อาการของไส้เลื่อน

1. สะดือจุ่น ทารกจะมีอาการสะดือจุ่น หรือสะดือโป่งเวลาร้องไห้ ซึ่งจะเป็นมาแต่แรกเกิด โดยไม่มีความผิดปกติอื่นๆ

2. ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นมีก้อนตุงที่บริเวณขาหนีบหรือถุงอัณฑะ ซึ่งจะเห็นชัดขณะลุกขึ้นยืน หรือเวลายกของหนัก ไอ จาม หรือเบ่งถ่าย เวลานอนหงายก้อนจะยุบหายไป เมื่อคลำดูจะพบว่าก้อนมีลักษณะนุ่มๆ หยุ่นๆ โดยไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด

3. อาการมีก้อนตุงโผล่ๆ ผลุบๆ แบบนี้มักจะเป็นอยู่นานเป็นปี สิบๆ ปีหรือตลอดชีวิต แต่ถ้ามีภาวะไส้เลื่อนติดคาอยู่ที่ผนังหน้าท้อง ก็จะกลายเป็นก้อนตุง ไม่ยุบหาย และจะมีอาการเจ็บปวดที่ท้อง ปวดท้อง อาเจียนตามมา ซึ่งถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนของไส้เลื่อน

4. ไส้เลื่อนที่เกิดหลังผ่าตัด ก่อนผ่าตัดผู้ป่วยไม่มีก้อนตุงที่หน้าท้อง แต่หลังผ่าตัด (อาจนานเป็นแรมเดือน หรือแรมปี ต่อมาก็พบว่าบริเวณใกล้ๆ รอบแผลผ่าตัด จะมีก้อนตุงขนาดใหญ่ ไม่มีอาการเจ็บปวด โดยเฉพาะจะเห็นชัดในท่ายืนหรือนั่ง แต่เวลานอนก้อนจะเล็กลงหรือยุบลง อาการจะเป็นเรื้อรังจนกว่าจะได้รับการผ่าตัดแก้ไข

ก้อนที่บริเวณหน้าท้อง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น…

1. ก้อนฝี ซึ่งจะมีอาการปวดบวมแดงร้อน แตะถูกเจ็บ และไม่ยุบหายเวลานอนหงาย

2. ก้อนเนื้องอก มักจะเป็นก้อนแข็ง ไม่ยุบ แตะถูกไม่เจ็บ

3. โรคฝีมะม่วง ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง มีลักษณะบวมแดงร้อน

4. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ถ้าเป็นเฉียบพลันจะมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ปวด แดงร้อน ถ้าเป็นเรื้อรัง มักจะเป็นก้อนแข็ง ไม่เจ็บ ไม่ยุบ

5. ถุงน้ำที่ถุงอัณฑะหรือกล่อนน้ำ (hydrocele) มีลักษณะเป็นก้อนนุ่ม คล้ายลูกโป่งใส่น้ำ ไม่เจ็บ ไม่ยุบ เวลาใช้ไฟฉายส่องจะเห็นโปร่งใส มักพบในเด็กเล็ก ตั้งแต่แรกเกิด ส่วนน้อยอาจพบตอนโตแล้ว (ภายหลังได้รับบาดเจ็บหรือเกิดการอักเสบที่ถุงอัณฑะ)

6. อัณฑะบิดตัว (testicular torsion) เกิดจากพัฒนาการที่ผิดปกติของสายรั้งอัณฑะ (spermatic cord) และเนื้อเยื่อที่ปกคลุมอัณฑะ ทำให้ถุงอัณฑะหลวมกว่าปกติ อัณฑะสามารถบิดหมุนรอบตัวเมื่ออายุมากขึ้นได้ มีอาการปวดอัณฑะรุนแรง ตรวจพบเป็นก้อนบวม แตะถูกเจ็บ ไม่ยุบ

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยโรคไส้เลื่อนจากอาการแสดงและสิ่งตรวจพบ ได้แก่ อาการมีก้อนตุงโผล่ๆ ผลุบๆ ก้อนมีลักษณะนุ่มๆ หยุ่นๆ ไม่เจ็บ ในรายที่ไม่แน่ใจ แพทย์อาจส่งตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ เป็นต้น

การดูแลตนเอง

ถ้าพบว่ามีก้อนตุงที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของผนังหน้าท้อง รวมทั้งบริเวณขาหนีบและอัณฑะ ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด แต่ถ้าก้อนนั้นมีลักษณะแข็ง โตขึ้น แดงร้อน หรือเจ็บปวด หรือมีอาการปวดท้อง หรืออาเจียนร่วมด้วย ก็ควรจะรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ในกรณีที่เป็นไส้เลื่อน แพทย์อาจแนะนำให้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นไส้เลื่อนขนาดใหญ่ หรือขึ้นตรงบริเวณขาหนีบหรือถุงอัณฑะ หลังจากแผลผ่าตัดหายดีแล้ว ก็สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้

การรักษา

การรักษาขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของไส้เลื่อน ถ้าทารกเป็นสะดือจุ่น ส่วน ใหญ่แพทย์จะไม่ทำอะไร ซึ่งมักจะค่อยๆ ยุบหายไปได้เอง ยกเว้นในรายที่ก้อนโตมาก ให้ใช้ผ้าพันรอบเอวกดสะดือที่จุ่นไว้ไม่ให้ลำไส้ไหลเลื่อนลงมา รอจนอายุ 2 ขวบ ถ้ายังไม่หายอาจต้องผ่าตัด ถ้าเป็นไส้เลื่อนที่เกิดหลังผ่าตัด ถ้าก้อนไม่โตมาก และไม่มีอาการอะไร แพทย์ก็อาจให้เฝ้าดูอาการไปเรื่อยๆ แต่ถ้าก้อนโตมาก หรือมีอาการปวดท้อง ก็อาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด ส่วนไส้เลื่อนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะ แพทย์มักจะแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด โดยนัดทำในเวลาที่เหมาะสม อาจรอได้นานเป็นแรมปี ในรายที่เป็นไส้เลื่อนชนิดติดคา (ก้อนไส้เลื่อนที่เคยโผล่ๆ ผลุบๆ มีอาการโผล่ไม่ผลุบ (ยุบ) เป็นก้อนแข็งและเจ็บปวดมาก และถ้ามีภาวะลำไส้อุดกั้นก็อาจมีอาการปวดท้อง อาเจียนร่วมด้วย แพทย์จะต้องรีบทำการผ่าตัดแบบฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้ลำไส้เน่า

ภาวะแทรกซ้อน

อาจพบในผู้ป่วยที่เป็นไส้เลื่อนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะ บางครั้งลำไส้อาจติดคาที่ผนังหน้าท้อง ไม่สามารถไหลกลับเข้าช่องท้องได้ดังเดิม เรียกว่าไส้เลื่อนชนิดติดคา อาจทำให้เกิดภาวะลำไส้อุดกั้น มีอาการปวดท้อง อาเจียนได้ และถ้าปล่อยทิ้งไว้ ลำไส้ที่ติดคาจะถูกบีบรัดจนขาดเลือดลำไส้เน่าได้ อาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้

การดำเนินโรค

สำหรับสะดือจุ่นที่พบในทารก ส่วนใหญ่มักจะหายได้เองภายในอายุ 2 ขวบ ส่วนไส้เลื่อนที่ขาหนีบและไส้เลื่อนที่เกิดหลังผ่าตัด มักจะเป็นเรื้อรัง จนกว่าจะได้รับการผ่าตัดแก้ไข ในรายที่เป็นไส้เลื่อนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะ หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจเกิดภาวะไส้เลื่อนติดคาแทรกซ้อนได้

การป้องกัน

โรคนี้ยังไม่มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนไส้เลื่อนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ด้วยการผ่าตัดแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ

ที่มา : www.bangkokhealth.com / www.piyavate.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา