ชัก ผื่นคัน ผื่นแดง ส่าไข้ โรคที่พบในทารก ไข้ ไข้ผื่นกุหลาบ ไข้ออกผื่นล

ส่าไข้ 1 ในโรคของเด็ก เป็นแล้วต้องดูแลลูกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่มาฟัง!!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ส่าไข้ 1 ในโรคของเด็ก เป็นแล้วต้องดูแลลูกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่มาฟัง!!

ส่าไข้ หรือ ไข้ผื่นกุหลาบ เป็นไข้ออกผื่นชนิดหนึ่ง พบในทารกวัย 6 เดือน ถึง 3 ขวบ จะไม่พบในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง จากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน โดยเชื้อจะใช้ระยะในการฟักตัว 7-17 วัน เมื่อเป็นแล้วจะไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก โรคนี้อาจมีอาการคล้ายกับการออกหัด ทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าลูกน้อยเป็นหัด

โรคนี้ไม่มียารักษาโดยตรง มีแต่การรักษาไข้ แล้วรอให้หายเองภายใน 3-5 วัน โรคนี้ไม่มีอันตรายใดๆ ยกเว้นแต่ลูกน้อยของคุณมีไข้สูงจนทำให้เกิดอาการชักชั่วขณะ โดยเฉพาะเด็กที่เคยมีประวัติชัก จากไข้สูง หรือมีพี่น้องชักเมื่อไข้ขึ้นสูง ยิ่งต้องระวัง

ส่าไข้

อาการของส่าไข้

เด็กจะมีอาการตัวร้อนฉับพลัน โดยที่ไม่มีอาการเป็นหวัด ไอ หรือท้องเสียให้เห็น นอกจากนี้เด็กจะมีอาการเบื่ออาหาร ซึม งอแง ไข้อาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส และอาจเป็นไข้อยู่ตลอดเวลา ประมาณ 1-5 วัน แล้วไข้จะค่อยๆ ลดลง จากนั้นคุณพ่อคุณแม่จะเริ่มเห็นผื่นแดงเป็นจุดเล็กๆ ตามตัวลูก คล้ายผื่นออกหัด เด็กจะไม่คัน กลับจะรู้สึกสดชื่น แข็งแรง กลับมาซนเป็นปกติ แล้วผื่นจะหายไปใน 1-3 เอง

เด็กเล็กที่มีไข้สูง อาจมีสาเหตุจากโรคอื่นๆ ดังนี้…

1. ปอดอักเสบ : จะมีไข้สูง ซึม ไอ หายใจหอบเร็ว (มากกว่านาทีละ 40 ครั้ง)

2. ไข้เลือดออกหรือโรคเลือด : จะมีไข้สูง มีจ้ำเขียวขึ้นตามตัว หรือมีเลือดออก (เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล)

3. เยื่อหุ้มสมอง หรือไข้สมองอักเสบ : จะมีไข้สูง อาเจียน ซึม เพ้อ ไม่ค่อยรู้ตัว ชักติดๆ กันนาน

4. หูชั้นกลางอักเสบ : จะมีไข้สูงนำมาก่อน แล้วเด็กจะร้องกวนตลอดเวลา อาจบอกว่าเจ็บในหู (เด็กเล็กอาจใช้นิ้วดึงที่ใบหูตัวเอง)

5. บิดชิเกลลา : จะมีไข้สูง ร่วมกับอาการถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือด กะปริดกะปรอยบ่อยครั้ง

**ถ้าหากสงสัยสาเหตุข้อใดข้อหนึ่งดังกล่าว ควรพาเด็กไปพบแพทย์โดยเร็ว

ส่าไข้

อาการไข้ออกผื่นแดง ในเด็กเล็กนั้น นอกจากส่าไข้แล้ว ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

1. หัด พบในเด็ก 2-14 ปี มักไม่พบในทารกอายุต่ำกว่า 8 เดือน (ส่าไข้ อาจพบในเด็กต่ำกว่า 8 เดือน) จะมีไข้สูง ซึม หน้าแดง ตาแดง มีอาการเป็นหวัด น้ำมูกไหล ไอ (ส่าข้า ไม่มีอาการเป็นหวัด ไอ) แล้วในวันที่ 4 ของไข้ จะมีผื่นแดงขึ้นตามตัว ขณะที่ผื่นขึ้นจะมีไข้สูงต่อไปอีก 3-4 วัน (ส่าไข้ จะมีผื่นขึ้นหลังจากไข้ลดดีแล้ว) ผื่นจะค่อยๆ จางเป็นรอยแต้มสีน้ำตาล จะไม่จางหายทันที (ส่าไข้ผื่นจะจางหายทันที)

2. ผื่นจากยา เด็กเล็กที่กินยาปฏิชีวนะกลุ่ม แอมพิซิลลิน อาจเกิดผลข้างเคียง ทำให้มีผื่นแดงคล้ายหัดขึ้นตามตัวได้ ถ้าพบว่ามีผื่นแดง อย่าลืมถามว่ากินยากลุ่มนี้อยู่หรือไม่

อาการแบบไหน ที่ควรพาลูกไปพบแพทย์

1. อาการซึมจัด ไม่ค่อยรู้สึกตัว กระสับกระส่าย ชัก หายใจหอบ เป็นจ้ำเขียวหรือเลือดออก เจ็บหู ถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือด อาเจียน หรือกินไม่ได้

2. มีไข้เกิน 4 วัน (ยกเว้นในรายที่ออกหัดชัดเจน)

3. มีประวัติเคยชัก หรือมีพี่น้องเคยชักมาก่อน

4. มีผื่นแดงเกิดขึ้นหลังกินยาปฏิชีวนะ

5. มีความวิตกกังวล หรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

วิธีดูแลเมื่อลูกเป็นล่าไส้

1. ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวบ่อยๆ อย่าสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้าหนาๆ จนอบเกินไป

2. ให้ดื่มน้ำหวาน ดื่มนม หรือน้ำ ทีละน้อย แต่บ่อยๆ

3. ถ้ามีไข้สูง ให้กินยาลดไข้-พาราเซตามอล ถ้าไข้ไม่ลดให้ซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง

4. เมื่อมีผื่นแดงขึ้นหลังตัวเย็น และเด็กสบายดี ก็ขอให้สบายใจได้ว่าเป็นอาการส่าไข้

ที่มา : รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา