คันรูทวาร บ่อยๆ อยากรู้ไหม เกิดจากสาเหตุอะไร?

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / คันรูทวาร บ่อยๆ อยากรู้ไหม เกิดจากสาเหตุอะไร?
ก้นชื้น คันก้น คันรูทวาร ถ่ายเหลว ผื่นคัน พยาธิ โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้

อาการ คันรูทวาร เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยบางคนจะรู้สึกคันอยู่ตลอดเวลา บางคนก็อาจจะคันเป็นพักๆ ซึ่งโรคที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างแรกเลยก็คือ พยาธิ แต่คุณรู้ไหมว่า อาการ คันรูทวาร นั้นมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ อีกเยอะมาก ลองไปดูกันดีกว่าว่า มีโรคอะไรบ้าง?

ท้องผูกเรื้อรัง ปัญหากวนใจที่รักษาให้หายได้ โดย นพ.อัครวุฒิ จันทราพิรัตน์

คันรูทวาร

สาเหตุของอาการคันรูทวาร

1. พยาธิเส้นด้าย หรือพยาธิเข็มหมุด เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ ส่วนใหญ่พบในเด็ก ถ้าคันรูทวาร แล้วนำมือไปเกา มีโอกาสที่ไข่พยาธิจะติดตามเล็บมือออกมา หากนำมือนั้นมาหยิบอาหาร ก็จะทำให้พยาธิกลับเข้าไปในร่างกายอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางอาหาร หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนกับไข่พยาธิ

2. ภาวะก้นแฉะอับชื้นตลอดเวลา เนื่องจากถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยๆ แล้วทำความสะอาดไม่ดี หรือบุคคลที่มีเหงื่อออกมาก เพราะประกอบบางอาชีพ เช่น จ๊อกกี้ม้า หรือคนอ้วนมาก

3. โรคต่างๆ บริเวณปากทวารหนัก เช่น ติ่งเนื้อ ริดสีดวงทวาร ฝีคัณฑสูตร หูรูดปากทวารหย่อน

4. โรคผิวหนัง เช่น โรคภูมิแพ้ หรือโรคเรื้อนกวาง โรคสะเก็ดเงิน โรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไวรัสหรือเชื้อรา โรคหิด เนื้องอกชนิดต่างๆ

5. แพ้สารบางอย่าง เช่น หัวเชื้อน้ำหอมบางอย่าง หรือสบู่บางชนิด หรือแม้กระทั่งอาหารที่กินเข้าไป ได้แก่ พวกเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม กาแฟ ชา นม อาหารเผ็ดๆ อาหารรสเปรี้ยว ยา เช่น โคลชิซีน (ใช้รักษาโรคเกาต์) เตตราไซคลีน วิตามินซี ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

6. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคตับ หรือสตรีที่มีการอับเสบบริเวณช่องคลอด มีตกขาวมาก ก็อาจทำให้มีผื่น จนรู้สึกคันรูทวารได้

7. การรักษาความสะอาดมากเกินไป บางครั้งการทำความสะอาด หรือการชำระล้างด้วยสบู่ หรือถูบ่อยๆ ก็ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแห้งมากไปและคันได้

8. ภาวะทางจิต

คันรูทวาร

ทำอย่างไร เมื่อคันรู้ทวาร?

1. สังเกตตัวเองว่าที่คันรูทวาร เป็นเพราะสาเหตุข้างต้นหรือไม่ หากใช่ควรหลีกเลี่ยง

2. พยายามอย่าเกา ใส่เสื้อผ้าหลวมสบายๆ กางเกงในควรเป็นผ้าคอตตอนจะดีที่สุด

3. หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดบริเวณนั้นบ่อยจนเกินไป หากจะทำความสะอาด ควรใช้น้ำอุ่น ไม่ควรใช่สบู่ หรือน้ำยาเคมีต่างๆ

4. ไม่ควรให้บริเวณนั้นเปียกชื้นตลอดเวลา อาจซับด้วยผ้าขนหนู ลำสี กระดาษชำระ หรืออาจใช้แป้งเด็กทาลดการเสียดสีก็ได้

5. หากใช้กระดาษชำระไม่ควรถูแรงเกิน อาจทำให้ผิวหนังถลอกเป็นแผลได้

6. หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด ที่เป็นสาเหตุทำให้ถ่ายเหลวบ่อยๆ

7. ถ่ายอุจจาระสม่ำเสมอ

8. ไม่ควรใช้แป้งหอม หรือน้ำหอม บริเวณทวาร

9. ถ้าเป็นโรคพยาธิ หรือริดสีดวง ให้ทำการรักษา

10. หากอาการยังไม่ดีขึ้น หรือใช่าเหตุที่กล่าวมาในข้างต้น ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยละเอียด

ที่มา : หมอชาวบ้านwww.praram9.com/talktodoctor , www.tm.mahidol.ac.th/th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา