ไข้ออกผื่น เกิดจากอะไร เป็นแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ไข้ออกผื่น เกิดจากอะไร เป็นแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
ผื่นขึ้น ผื่นคัน ส่าไข้ หัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส แพ้ยา ไข้ออกผื่น

ไข้ออกผื่น จะมีอาการเป็นไข้ ตัวร้อน พร้อมมีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามตัว โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อในกลุ่มไวรัส ได้แก่ โรคหัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และส่าไข้ น้อยคนนักที่จะเกิดจากการแพ้ยา โรคนี้สามารถพบได้ประปรายตลอดทั้งปี มักพบว่ามีการระบาดสู่เด็ก ในช่วงฤดูร้อน โรคนี้สามารถติดต่อได้จากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ระยะฟักตัวของโรคนี้กินเวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ หากเด็กคนไหนได้รับเชื้อมา จะต้องรอ 1-3 สัปดาห์ กว่าอาการจะปรากฎออกมาให้เห็น

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นไข้ออกผื่น?

เราสามารถสังเกตได้จากอาการต่างๆ เพื่อแยกแยะว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ดังนี้

1. หัด : จะมีไข้สูงจัด (แม้กินยาลดไข้ก็ไม่ค่อยได้ผล) พร้อมกับเป็นหวัด ไอ หน้าแดง ตาแดง หลังมีไข้ประมาณ 3-4 วัน จะมีผื่นแดงๆ เล็กๆ ขึ้นตามหน้าแล้วกระจายไปตามลำตัวและแขนขา ขณะมีผื่นขึ้นก็ยังคงมีไข้สูงต่อไปอีก 1-2 วัน หลังจากนั้นไข้จึงค่อยๆ ลดลง ผู้ป่วยมักจะนอนซมและเบื่ออาหาร ใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน กว่าจะหาย

2. หัดเยอรมัน : จะมีไข้ไม่สูงนัก ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นพักๆ และมีผื่นแดงๆ เล็กๆ ขึ้นที่หน้า ลำตัว และแขนขา ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการของหวัดหรือไอ ผู้ป่วยจะมีอาการไม่ค่อยรุนแรง สามารถกินข้าว วิ่งเล่น เรียนหนังสือ หรือทำงานได้เช่นปกติ แต่ถ้าใช้นิ้วมือคลำบริเวณข้างคอ หลังคอ และท้ายทอย มักจะได้ก้อนตะปุ่มตะป่ำขนาดเท่าเมล็ดถั่วลิสง ซึ่งเป็นต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตจากโรคนี้ มักจะหายภาย 5-7 วัน

3. อีสุกอีใส : จะมีไข้เป็นพักๆ และมีตุ่มใสๆ ขึ้นที่บริเวณหน้าและคอในวันแรกที่ไม่สบาย ต่อมาจะมีตุ่มใสๆ ขึ้นกระจายตามลำตัวและแขนขา มักจะมีอาการคันร่วมด้วย ต่อมาตุ่มจะค่อยๆ สุก และตกสะเก็ด ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์กว่าจะหาย

4. ส่าไข้ : พบในเด็ก 1-2 ขวบ จะมีไข้สูงจัดตลอดเวลา (กินยาลดไข้ก็ไม่ได้ผล) นอนซึม และเบื่ออาหาร โดยไม่เป็นหวัด จะจับไข้อยู่ประมาณ 3-4 วัน แล้วไข้จะลดลงเอง เมื่อไข้ลดจะมีผื่นแดงๆ เล็กๆ ขึ้นทั่วตัว เด็กจะฟื้นตัวเป็นปกติ ส่วนผื่นจะหายไปภายใน 3 วัน

5. แพ้ยา : คนที่เป็นไข้หากกินยาแล้วมีอาการแพ้ ก็จะมีตุ่มนูนๆ ขึ้นแบบเดียวกับลมพิษ จะรู้สึกคันคะเยอมาก บางคนอาจมีอาการบวมคันที่หนังตาและริมฝีปากร่วมด้วย คนไข้มักจะมีอาการ หลังจากกินยา 15-30 นาที พอหมดฤทธิ์ยาผื่นอาจหายได้เอง แต่ถ้ากินยาแบบเดิมอีกก็จะมีผื่นคันเกิดขึ้นได้อีก คนไข้อาจมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้หรือพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้ ยาที่แพ้ได้ง่ายได้แก่ แอสไพริน เพนิซิลลิน และซัลฟา

ไข้ออกผื่น

เป็นไข้ออกผื่น ดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง?

1. หากสงสัยว่าไข้ออกผื่น อาจมาจากการแพ้ยา ควรเลิกทานยานั้นไปเลย ถ้ารู้สึกไม่สบายมาก ควรไปหาหมอจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

2. หากมีอาการรุนแรง เช่น หอบ ชัก ไม่ค่อยรู้ตัว ปวดหู หูอื้อ หูน้ำหนวกไหล ท้องเดินมาก หรือมีเลือดออกจากที่ต่างๆ ก็ควรจะไปหาหมอเช่นกัน

3. ถ้าอาการไม่รุนแรง ก็สามารถดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ (อาหารพวกเนื้อ นม ไข่ เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค) และห้ามอาบน้ำเย็น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อลดไข้เอง

4. หากมีไข้สูง สามารถกินยาลดไข้ อย่าง พาราเซตามอล ได้ โดยให้เด็กกินครั้งละ 1/4 เม็ด ผู้ใหญ่ 1-2 เม็ด กินซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง

5. ถ้ามีอาการคันตามร่างกาย ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น แก้ผดผื่น และควรตัดเล็บให้สั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกาจนติดเชื้อที่ผิวหนัง

6. ไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ เว้นแต่ว่ามีอาการไอ มีเสลดสีเหลือง หรือเขียว หรือตุ่มกลายเป็นหนอง ให้ใช้เพนวี หรืออีริโทรมัยซิน สำหรับเด็กให้ครั้งละ 1/2 – 2 ช้อนชา ผู้ใหญ่ครั้งละ 1-2 เม็ด ติดต่อกัน 7 วัน

7. หมั่นดูอาการอย่างใกล้ชิด หากสงสัยว่าจะมีโรคแทรกซ้อน ให้รีบพาไปหาหมอโดยด่วน

ข้อนี้สำคัญมาก! หากเป็นหัดเยอรมันในขณะตั้งครรภ์ระยะ 3 เดือน ควรรีบไหาหมอโดยด่วน เพื่อเด็กมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายได้

ที่มา : รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ หมอชาวบ้าน

ขออนุญาตใช้เนื้อหา