ทานรสจัด ทานเค็ม น้ำหนักขึ้น ออกกำลังกาย โซเดียม โรคไต ไขมันในเลือดสูง

มาเช็กด่วน! เมนูสุดโปรดเหล่านี้ อยู่ในลิสต์อาหารเสี่ยงเป็น โรคไต หรือไม่?

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / มาเช็กด่วน! เมนูสุดโปรดเหล่านี้ อยู่ในลิสต์อาหารเสี่ยงเป็น โรคไต หรือไม่?

รสเค็ม เป็นอาหารอีกหนึ่งรสชาติที่คนบ้านเราชอบ พอๆ กับอาหารรสหวานเลยล่ะ แต่อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วแหละว่า ยิ่งทานเยอะ ก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะไต วันนี้เราจะพามาดูว่า เมนูที่คุณชอบทาน อยู่ในลิสต์ของอาหารที่เสี่ยงต่อการเป็น โรคไต หรือไม่?

โรคไตเป็นโรคที่มีสาเหตุหลักมาจากการทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเค็ม ซึ่งเป็นรสที่คนไทยนิยมทาน และมีพฤติกรรมการทานอาหารรสเค็มมากกว่าความต้องการของร่างกาย 2-3 เท่า เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความดัน นำไปสู่โรคหัวใจ โรคไต และโรคต่างๆ

โรคไต

การได้รับรสเค็มของคนไทยแตกต่างจากคนต่างชาติ โดยในต่างประเทศการรับรสเค็มมักมาจากการทานอาหารสำเร็จรูป แต่คนไทยรับรสเค็มจากอาหารที่ปรุงโดยแม่ครัว พฤติกรรมการปรุงอาหารของแม่ครัวในประเทศไทยเองก็นิยมปรุงรสเค็ม เพื่อให้ตรงกับความชอบของคนไทย มากไปกว่านั้นหลายครั้งคนไทยเมื่อได้รับอาหารมาแล้วยังมีการปรุงเพิ่มด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ เช่น พริกน้ำปลา ซอส น้ำจิ้ม เป็นต้น ทำให้ร่างกายได้รับรสเค็มจัด ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง หากต้องการป้องกันโรคไตควรเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมการทานอาหารก่อนเป็นอันดับแรก

นอกจากอาหารไทยที่มีรสเค็มแล้ว อาหารต่างชาติยังมีส่วนด้วยเช่นกัน พบว่าคนไทยนิยมทานอาหารเกาหลี อาหารญี่ปุ่น ที่ต้องจิ้มซอสเพื่อเพิ่มรสชาติ โดยซอสเหล่านั้นยังมีรสเค็มเป็นหลัก ไม่เพียงเท่านั้นในอาหารฝรั่งอย่าง แฮม เบคอน หรือพิซซ่า ที่ประกอบไปด้วยชีส ก็มีรสเค็มไม่น้อยไปกว่าอาหารชาติอื่น

อาหารยอดนิยมที่มีความเสี่ยงต่อโรคไต

  • อาหารญี่ปุ่นที่ต้องใช้น้ำจิ้ม อาทิ ซูชิ ชาบู
  • อาหารเกาหลีที่ต้องใช้น้ำจิ้ม อาทิ ปิ้งย่าง
  • หมูกระทะ
  • แฮม เบคอน
  • อาหารที่มีส่วนประกอบของชีส

โรคไต

ทานเค็มเกินไป จะส่งผลกระทบอย่างไร?

วิธีสังเกตผลกระทบที่เกิดจากการทานรสเค็มมากเกินไป คือ หากรับประทานอาหารรสเค็มแล้วมีอาการบวม เช่น ขาบวม ตาบวม หรือทานรสเค็มแล้วรู้สึกหิวน้ำมาก แสดงว่าเริ่มทานเค็มมากเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากปัสสาวะ หากพบว่าปัสสาวะมีฟองหรือมีสีเข้ม แสดงว่าร่างกายเริ่มมีความเสี่ยงของโรคอันเกิดจากการทานรสเค็มจัด

ในอดีตพบว่าช่วงอายุส่วนใหญ่ที่คนจะป่วยเป็นโรคไตอยู่ระหว่าง 50-60 ปี แต่ในปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยโรคไตมีอายุน้อยลงหรือป่วยเร็วขึ้น โดยพบว่ามีอายุเพียง 40 ปีก็เริ่มป่วยเป็นโรคไตแล้ว สาเหตุสำคัญมาจากคนปัจจุบันมีปัญหาเรื่องน้ำหนักมากขึ้น ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทานผักผลไม้น้อย ทานอาหารรสหวานและเค็มจัดมากเกินไป ส่งผลให้น้ำหนักมาก ไขมันในเลือดสูงและมีความดันขึ้น รวมถึงเป็นโรคเบาหวานและตามมาด้วยโรคไต

การป้องกันโรคไตที่สำคัญคือควรปรับเปลี่ยนวิธีการทานอาหาร

1. ทานอาหารรสเค็มให้น้อยลง

2. หลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่มเติม

3. ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

5. อาจเลือกทานอาหารทางเลือกสุขภาพ อาทิ หากต้องรับประทานอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็ให้เลือกที่มีเครื่องหมายรับรองว่าเป็นอาหารรสหวานและรสเค็มที่เหมาะสมต่อการบริโภค

ที่มา : ผศ. นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา