ต่อมน้ำลาย นิ่วในต่อมน้ำลาย โรคต่อมน้ำลาย

ทำความรู้จัก โรคต่อมน้ำลาย พร้อมวิธีรักษาที่ถูกต้อง ปลอดภัย

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ทำความรู้จัก โรคต่อมน้ำลาย พร้อมวิธีรักษาที่ถูกต้อง ปลอดภัย

ต่อมน้ำลาย Salivary gland เป็นต่อมที่สร้างน้ำลายอยู่ภายในบริเวณช่องปาก จะผลิตน้ำลายเพื่อเป็นน้ำย่อยและคลุกเคล้าอาหาร ส่วนต่อมน้ำลายคนเรามีด้วยกัน 3 คู่ คือ

  • Parotid gland พบได้ที่บริเวณกกหู ผลิตน้ำลายชนิดใสชนิดเดียว
  • Submaxillary gland หรือ Submandibular gland พบได้ที่บริเวณขากรรไกรล่าง ผลิตน้ำลายทั้งชนิดเหนียว และ ใส แต่ชนิดใสจะมากกว่า เป็นต่อมที่สร้างน้ำลายได้มากที่สุด
  • Sublingual gland ขนาดเล็กที่สุด พบได้ที่บริเวณใต้ลิ้น ผลิตน้ำลายทั้งชนิด เหนียว และ ใส แต่ชนิดเหนียวจะมากกว่า

โรคต่อมน้ำลาย

นอกจากนี้ ต่อมน้ำลายยังมีความสำคัญอย่างมากต่ออนามัยในช่องปาก เพราะต่อมน้ำลายที่อยู่ข้างแก้ม จะมีท่อเปิดน้ำลายบริเวณกระพุ้งแก้มในช่องปากทั้ง 2 ข้างซึ่งจะอยู่ใกล้ชิดกับฟัน หากไม่ได้ดูแลสุขภาพในช่องปากให้ดีต่อมน้ำลายก็จะกลายเป็น แหล่งรับเชื้อโรคได้ง่าย

โรคต่อมน้ำลาย

1. ต่อมน้ำลายผิดปกติแต่กำเนิด โดยพบว่าถุงน้ำเล็กๆ ที่อยู่ในต่อมน้ำลายมีการโป่งพอง หรือมีท่อน้ำลายตีบแคบ ซึ่งจะแสดงอาการเมื่อลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไป

2. การอักเสบติดเชื้อ สามารถเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ส่วนการอักเสบติดเชื้อของช่องปากและฟัน จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

3. เนื้องอกของต่อมน้ำลาย มีทั้งเนื้องอกจากตัวเนื้อต่อมน้ำลาย และต่อมน้ำเหลืองในต่อมน้ำลาย

4. นิ่วในต่อมน้ำลายหรือท่อน้ำลาย เกิดจากการสะสมขององค์ประกอบทางเคมีในน้ำลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแคลเซียมอาจเกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำลายลดลงและ/หรือมีผนังท่อน้ำลายหนา หรือทิศทางการรวมตัวของท่อน้ำลาย

อาการ

ส่วนใหญ่แล้วจะแสดงอาการออกมาเป็นก้อนบวมโต เช่น ก้อนหน้าหู ก้อนใต้คาง และบริเวณใต้ขากรรไกร ซึ่งนอกจากจะมีอาการบวมโตแล้ว เด็กๆ จะมีไข้ ปวดบวมเป็นก้อน และรู้สึกเจ็บจนสัมผัสก้อนที่บวมไม่ได้เลย แต่ถ้าหากว่าเป็นเนื้องอกในต่อมน้ำลาย ต้องสังเกตว่ามีก้อนบวมโตที่บริเวณต่อมน้ำลายหรือไม่ เพราะเนื้องอกจะค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ โดยไม่มีอาการเจ็บปวด

โรคต่อมน้ำลาย

การรักษา

คุณหมอจะแนะนำให้รักษาตามอาการโดยเฉพาะโรคต่อมน้ำลายที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ให้ยาลดไข้ ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่คนอื่น แต่ถ้ามีการติดเชื้อและอักเสบมากๆ จนเป็นหนองค้างอยู่ในท่อน้ำลาย คุณหมอจะให้กินยาปฏิชีวนะและอาจแนะนำให้ผ่าตัด เพื่อเจาะระบายหนองออก

เมื่อพบนิ่วขนาดเล็กในท่อน้ำลายส่วนปลาย การรักษาในขั้นตอนแรก หากมีการอักเสบ ให้ใช้ยาลดการอักเสบก่อน เมื่อการอักเสบลดลง เยื่อบุผนังท่อน้ำลายยุบบวม ท่อทางเดินน้ำลายจะกว้างขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ และให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวเพื่อรักษาตนเอง โดยดื่มน้ำมากๆ ให้อมวิตามินซีหรือรับประทานของเปรี้ยว เพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย และให้ประคบบริเวณคางที่บวมด้วยน้ำอุ่น พร้อมกับใช้มือรีดแก้มและคางจากบริเวณด้านข้างลงตามแนวแก้ม เพื่อกระตุ้นให้น้ำลายไหลสู่ช่องปากมากขึ้น ซึ่งจะทาให้มีนิ่วหลุดออกมาได้ แต่กรณีนิ่วไม่หลุดออกมาหรือนิ่วขนาดใหญ่ สามารถรักษาด้วยการผ่าตัด โดยคีบก้อนนิ่วออก รวมทั้งเปิดปากทางออกของท่อน้ำลายให้กว้างขึ้น หรืออาจผ่าตัดเอาต่อมน้ำลายข้างที่เป็นนิ่วออก

การป้องกันโรคต่อมน้ำลาย

1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูม

2. การดูแลสุขภาพในช่องปากให้สะอาดแปรงฟันให้ถูกวิธี เพราะถ้าหากดูแลช่องปากไม่สะอาด อาจเกิดการติดเชื้อในช่องปาก และกระจายสู่ต่อมน้ำลายได้

3. ควรดื่มน้ำมากๆ ส่วนโรคต่อมน้ำลายที่เกิดจากความผิดปกติมาแต่กาเนิดหรือเป็นเนื้องอก ไม่สามารถป้องกันได้ จึงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติบริเวณต่อมน้ำลายที่เกิดขึ้นว่ามีอาการบวมโตหรือไม่

ที่มา : ศูนย์โสต-ศอ-นาสิก เฉพาะทาง ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา