กรดไหลย้อน นิ่ว ปวดท้อง วิธีดูแลตัวเอง โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง โรคลำไส้อักเสบ

จดแล้วแชร์เก็บไว้! 8 วิธีดูแลตัวเอง ลดความเสี่ยง อาการปวดท้อง

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / จดแล้วแชร์เก็บไว้! 8 วิธีดูแลตัวเอง ลดความเสี่ยง อาการปวดท้อง

อาการ ปวดท้อง เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทั้งนี้ก็อาจมาจากหลายสาเหตุ เนื่องจากช่องท้องมีอวัยวะภายในหลายอวัยวะ เช่น ตับ ม้าม กระเพาะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน ไต ถ้าปวดท้องน้อย หรือท้องส่วนล่างก็มีกระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะผู้หญิงจะมีระบบสืบพันธุ์ เช่น มดลูก รังไข่ ในเพศชายจะมีต่อมลูกหมาก เป็นต้น

อาการปวดท้องส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่มักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการทานอาหารไม่เหมาะสม เช่น การทานอาหารรสจัด อาหารดิบ ย่อยยาก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ เกิดจากความเครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ ทำให้ระบบย่อยอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพิ่มความเสื่ยงโรคต่างๆ เช่น

ปวดท้อง

1. โรคกระเพาะอาหารอักเสบ

2. โรคกรดไหลย้อน

3. โรคลำไส้อักเสบ

4. โรคตับอ่อนอักเสบ

5. โรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งในช่องท้องและนอกช่องท้อง

6. นิ่วทางเดินปัสสาวะ

7. ระบบฮอร์โมนไม่สมดุล เกิดถุงน้ำรังไข่ ประจำเดือนมาไม่ปกติเป็นต้น

อาการปวดท้องส่วนใหญ่ทุเลาได้ด้วยการทานยาที่หาซื้อได้ง่าย เช่น ยาลดกรด ยาคลายกล้ามเนื้อแก้ปวดท้อง แต่อย่างไรก็ตามการซื้อทานยาเองสามารถรักษาได้แค่เบื้องต้น หากอาการไม่ดีขึ้น ปวดรุนแรงเรื้อรัง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ตัวร้อน อาเจียน ถ่ายเหลว อุจจาระเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดหลายโรคก็มีอาการปวดท้องเป็นอาการนำ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ เป็นต้น

ปวดท้อง

วิธีดูแลตัวเอง ลดอาการปวดท้อง

1.  ทานอาหารสุกๆ สะอาดหลีกเลี่ยงอาหาร รสจัด ย่อยยาก อาหารมันๆ เครื่องดื่มอัดแก๊สต่างๆ ที่เพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหาร เพื่อลดโอกาสติดเชื้อต่างๆ ของทางเดินอาหาร

2. เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ในปริมาณน้อยหรือไม่ดื่มเลย เพราะเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง

3. ปรับสภาพลำไส้ และภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงด้วยการทาน Probiotic แบคทีเรียชนิดดี ที่ช่วยเสริมและภูมิคุ้มกันเช่น แลคโตแบซิลัส รักษาโรค Leaky Gut ลดอาการท้องอืด มีแก๊ส

4. ทานผักผลไม้เป็นประจำ เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็น Prebiotic ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ probiotic และมีไฟเบอร์ป้องกันอาการท้องผูก

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบย่อยอาหาร การขับถ่ายทำงานปกติ

6. การทานวิตามินเสริม หรือรักษาด้วยฮอร์โมน ช่วยลดอาการปวดบางอย่างได้ เช่น ปวดท้องน้อยเวลามีประจำเดือน เสริมความแข็งแรงของร่างกายและอวัยวะต่างๆ โดยรวม

7. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคกรดไหลย้อน โรคมะเร็ง

8. ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นการทำงานระบบย่อยอาหาร เพิ่มการหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมถึงระบบย่อยอาหาร อวัยวะต่างๆ ในช่องท้อง เป็นต้น

ที่มา : พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านชะลอวัย จาก AddLife Anti-Aging Center ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)

ขออนุญาตใช้เนื้อหา