ระวัง! เปิดเพลงดัง ฟังติดต่อกันนานๆ เสี่ยงเป็น โรคหูดับ แบบไม่รู้ตัว

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ระวัง! เปิดเพลงดัง ฟังติดต่อกันนานๆ เสี่ยงเป็น โรคหูดับ แบบไม่รู้ตัว
ฟังเพลงนานๆ หู เสียงดัง โรคหูดับ โรคหูดับเฉียบพลัน ไม่ได้ยินเสียง

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็มักจะเห็นคนเดินใส่หูฟัง เปิดเพลงดังๆ ตลอดเวลา ซึ่งมันไม่เป็นผลดีกับหู และระบบการได้ยินอย่างแน่นอน วันนี้เราเลยจะพามาทำความรู้จักกับ โรคหูดับ กันค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามันอันตราย หรือร้ายแรงแค่ไหน ตามมาเลยค่า

“โรคหูดับ” (Sudden Hearing Loss SHL) คือ การได้ยินเสียงน้อยลง หรือไม่ได้ยินเสียงเลย อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ถือเป็นภาวะสูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน ระดับการได้ยินจะลดลงมากกว่า 70 เดซิเบล เป็นเวลานานเกินกว่า 72 ชั่วโมง แต่อาการจะปรากฏเด่นชัดในช่วง 2 – 3 ชั่วโมงแรก รุนแรงมากน้อยต่างกัน และระดับเสียงที่ไม่ได้ยิน อาจเป็นระดับเสียงที่ความดังเท่าใดก็ได้ อาการของโรคหูดับอาจเป็นเพียงแค่ชั่วคราวหรือเกิดขี้นได้อย่างถาวร

อาการของโรค

ผู้ป่วยหนึ่งในสามมักจะมีอาการหูดับในช่วงเช้า โดยเฉพาะหลังตื่นนอนใหม่ๆ และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ เวียนหัว อาเจียน บ้านหมุน และมีเสียงดังในหูร่วมด้วย

โรคหูดับ

สาเหตุ

1. โรคหูดับ หรือเส้นประสาทหูเสื่อม สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสบางชนิด ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 60 สามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงทางน้ำเหลืองในปฏิบัติการ ไวรัสที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza type B) ซัยโตเมกาโลไวรัส (CMV) ไวรัสคางทูม (mumps) รูบิโอลา (rubeola) ไวรัสสุกใส – งูสวัด (varicella – zoster) ซึ่งไวรัสเหล่านี้จะไปทำให้หูชั้นในอักเสบได้

2. โรคหูดับเกิดจากการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรีย สเตร็พค็อกคัสซูอิส ปนเปื้อนอยู่ เช่น ลาบดิบ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ปรุงโดยใช้เลือดดิบ เป็นต้น

3. โรคหูดับเกิดจากการได้ยินเสียงดังมากๆ ในทันที เช่น เสียงระเบิด เสียงฟ้าผ่า นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายเป็นโรคหูดับเพราะความเครียด นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อดหลับอดนอน เพราะโหมงานหนักมากเกินไป ก็เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหูดับได้เช่นกัน

4. โรคหูดับเกิดจากการผิดปกติของเลือด เป็นโรคหลอดเลือด เช่น ความดันสูง การไหลเวียนกระแสโลหิตบกพร่อง หลอดเลือดอักเสบหรืออุดตัน การติดเชื้อไวรัสแบคทีเรีย การฉีกขาดของเยื่อปิดหน้าต่างของหูชั้นใน ซึ่งเกิดจากการไอ จามรุนแรง การผ่าตัดหู หรือความผิดปกติทางฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ เช่น โรคไทรอยด์ จากการผิดปกติของการเผาผลาญ เช่น โรคเบาหวาน รวมทั้งการได้รับแรงกระทบกระแทกของศีรษะ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี “โรคหูดับเฉียบพลัน” (Sudden Sensorineural Hearing Loss) ที่อยู่ๆ ผู้ป่วยเกิดไม่ได้ยินเสียงขึ้นมาเฉยๆ หูดับไปจนเกือบไม่ได้ยินเลยในเวลาไม่เกิน 3 วัน ซึ่งอาการหูดับเฉียบพลันนี้  อาจเกิดจากเนื้องอกของประสาทสมองที่ 8 กดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน

การป้องกัน

การป้องกันโรคหูดับที่ดีที่สุดคือ ไม่รับประทานอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ เพื่อไม่ให้เชื้อ “สเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส” เข้าสู่ร่างกายได้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงเสียงดัง เช่น ไม่ควรเปิดเพลงจากเครื่องเล่น MP3 ในระดับเสียงที่ดังจนเกินไป หรือฟังเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน และควรหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสภาวะแวดล้อมที่มีเสียงดังมากๆ

ที่มา : คู่มือรู้ทันโรคและภัยสุขภาพสำหรับประชาชน โดยสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ขออนุญาตใช้เนื้อหา