ทำความรู้จัก ไวรัสโรต้า ไวรัสตัวร้าย สาเหตุของอาการท้องเสียอย่างรุนแรง!!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ทำความรู้จัก ไวรัสโรต้า ไวรัสตัวร้าย สาเหตุของอาการท้องเสียอย่างรุนแรง!!
Rotavirus ถ่ายท้อง ท้องร่วง ท้องเสีย อาเจียน ไวรัสโรต้า

หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า ผู้ใหญ่และผู้สูงวัย มักมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เพราะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus) ซึ่งแต่ก่อนเป็นโรคระบาดที่พบมากในเด็กเล็ก วันนี้ Health Mthai ขอพาทุกๆ คนมาทำความรู้จักกับเจ้าไวรัสโรต้า ตัวนี้กันสักหน่อย

ภาวะท้องร่วงรุนแรง ที่มาจาก “เชื้อไวรัสโรต้า” ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุด ในบรรดาเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง พบมากในช่วงฤดูหนาว แต่ก็สามารถพบได้ในฤดูอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาความสะอาดสุขอนามัย เพราะเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก

เราสามารถรับเชื้อได้จากการรับประทานอาหารที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ โดยเฉพาะในเด็กที่ชอบหยิบสิ่งของเข้าปาก ชอบอมของเล่นที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่ เนื่องจากเชื้อไวรัสโรต้าจะมีชีวิตอยู่ตามวัตถุสิ่งของในอุณหภูมิปกติ โดยอาจติดมากับมือที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก หรืออุจจาระของผู้ป่วย และอาจเกิดจากการไอ จามรดกัน ไวรัสโรต้าสามารถตรวจพบในอุจจาระของผู้ป่วยได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มอาการถ่ายเหลว โดยระยะฟักตัวของโรคนี้จะเกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อเกิน 48 ชั่วโมง และเชื้อไวรัสอาจคงอยู่ได้นานถึง 21 วัน หลังจากมีอาการ

อาการของโรค

เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อโรต้าไวรัสเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะมีระยะฟักตัว 2-4 วัน ต่อมาเริ่มไข้สูง และมีอาการของหวัดนำมา อาเจียนใน 2-3 วันแรก ก่อนมีอาการอุจจาระเป็นน้ำอยู่นานประมาณ 3-8 วัน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจพบภาวะขาดน้ำ หรือถึงขั้นเกิดภาวะช็อกได้ นอกจากนี้อาจมีสารเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ และภาวะพร่องแลคเตสร่วมด้วย

การรักษา

สำหรับไวรัสตัวนี้ยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ การรักษาส่วนใหญ่ จึงเป็นการรักษาตามอาการ และการรักษาแบบประคับประคอง ได้แก่

1. ถ้ามีไข้ ควรให้ยาลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัวเพื่อลดไข้เป็นระยะ
2. ให้สารน้ำโดยการรับประทาน หรือการให้เข้าทางเส้นเลือด เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขภาวะขาดน้ำ
3. ให้ยารักษาตามอาการ เช่น ถ้าผู้ป่วยมีคลื่นไส้หรืออาเจียน ให้พิจารณาให้ยาลดอาการคลื่นไส้อาเจียน, มีภาวะพร่องแลคเตส ให้พิจารณาเปลี่ยนนมเป็นนมที่ไม่มีแลคโตส (Free Lactose)
4. ให้ผู้ป่วยรับประทานทานอาหารอ่อน รสไม่จัด ควรให้อาหารและน้ำทีละน้อยๆ แต่ให้บ่อยๆ
5. นอนพักผ่อน

การป้องกันโรค

การรักษาความสะอาดและสุขอนามัย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นเราต้อง หมั่นล้างมือบ่อยๆ (ด้วยน้ำและสบู่) โดยเฉพาะหลังการขับถ่ายและก่อนรับประทานอาหาร ตัดเล็บให้สั้น รวมทั้งใช้ช้อนกลางในการทานอาหารร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดมือ เป็นต้น

ที่มา : โรงพยาบาลเวชธานี

ขออนุญาตใช้เนื้อหา