คุณผู้หญิงต้องอ่าน! 3 โรคภายใน ตัวร้าย ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / คุณผู้หญิงต้องอ่าน! 3 โรคภายใน ตัวร้าย ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน
ประจำเดือนมาไม่ปกติ มะเร็ง เนื้องอกในมดลูก โรคซีสต์รังไข่ โรคภายในของผู้หญิง โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคภัยไข้เจ็บ สามารถมาเยี่ยมเยียนเราได้ง่ายมาก โดยเฉพาะโรคภายในของผู้หญิง ที่มาแบบไม่มีสาเหตุ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ กว่าจะรู้ตัวว่าเป็น อาการก็หนักขึ้นแล้ว วันนี้เราจะพาสาวๆ มาทำความรู้จัก 3 โรคภายในของผู้หญิง ที่มีโอกาสเป็นมากที่สุด

1. เนื้องอกในมดลูก

เนื้องอกในมดลูก (Myoma uteri) เป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับแรก เกิดในกล้ามเนื้อมดลูก เนื้องอกอาจโตในโพรงมดลูกหรือโตเป็นก้อนนูนจากมดลูก พบบ่อยในผู้หญิงอายุระหว่าง 30-40 ปี ส่วนมากไม่ทราบสาเหตุ เพราะมักตรวจเจอโดยบังเอิญ และมีถึง 30% ที่ต้องรับการรักษา

โรคภายในของผู้หญิง

อาการผิดปกติที่ทำให้มาพบแพทย์ คือ ปวดท้องประจำเดือน หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ อาจมีอาการปวดหลังหรือปัสสาวะถี่ร่วมด้วย ผู้ที่ควรต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอก มีอาการบ่งชี้ดังนี้

1. เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด เช่น ประจำเดือนมามากหรือมากะปริบกะปรอย

2. มีอาการปวดท้องมาก

3. เนื้องอกไปกดทับอวัยวะข้างเคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย

4. ตรวจพบเนื้องอกโตเร็วที่ไม่เคยเจอมาก่อน หรือว่าเคยเจอมาก่อนขนาด 1 ซม. พอติดตามอาการสักประมาณ 3-4 เดือน ขนาดของเนื้องอกกลับโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

5. เนื้องอกที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง โรคนี้รักษาด้วยการผ่าตัดที่มีความยากขึ้นอยู่กับ ขนาด จำนวนและตำแหน่ง แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่คือ การผ่าตัดส่องกล้องขั้นสูง (Advanced Minimal Invasive Surgery)” ทำให้ไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ที่หน้าท้อง ไม่ว่าเนื้องอกจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนก็สามารถผ่าตัดส่องกล้องได้ และเพื่อความปลอดภัย ปัจจุบันมีการนำเอา เนื้องอก” ออกด้วยการใส่ถุงปั่นให้มีขนาดเล็กก่อนแล้วค่อยๆ ดึงออกมา เพื่อมั่นใจว่าถ้าเป็นเนื้อร้ายจะได้ไม่มีการแพร่กระจายของเนื้องอก ซึ่งแผลผ่าตัดที่บริเวณหน้าท้องมีขนาดเล็กมากเพียง 5 – 10 มิลลิเมตร

2. โรคซีสต์รังไข่

ซีสต์มีลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยของเหลวที่สามารถก่อตัวขึ้นได้ในรังไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ผิดปกติ จึงทำให้เกิดการคั่งของถุงน้ำในรังไข่ เกิดไข่ไม่ตก เกิดเป็นถุงน้ำขนาดเล็กในรังไข่ มีการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ ซีสต์ในรังไข่” หลักๆ มี ชนิด คือ ซีสต์ที่สามารถหายเองได้ กับซีสต์ที่ไม่สามารถหายได้เอง ซึ่งซีสต์ที่หายเองได้ คือ ซีสต์ที่เกิดจากฮอร์โมนของผู้หญิงในทุกๆ รอบเดือน และเป็นซีสต์ที่พบได้บ่อยที่สุด ส่วนซีสต์ที่หายเองไม่ได้ และต้องได้รับการผ่าตัด เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ เดอร์มอยด์ซีสต์ และอื่นๆ มีทั้งกลุ่มมะเร็ง และไม่ใช่มะเร็ง

โรคภายในของผู้หญิง

ซีสต์ในรังไข่ที่น่ากลัวคือ มะเร็ง” เพราะไม่สามารถวินิจฉัยได้เพียงแค่การตรวจอัลตร้าซาวด์ (ultrasound) การยืนยันการวินิจฉัยโรคเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง คือ ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องเท่านั้น สำหรับ ช็อกโกแลตซีสต์” เป็นซีสต์ที่มีอาการ เช่น ปวดท้องช่วงมีประจำเดือนแบบมากกว่าปกติ  ส่วนซีสต์อื่นๆ มักไม่มีอาการ โดยเฉพาะ มะเร็ง” 80% มักไม่มีอาการ แต่คนไข้มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการท้องบวมอย่างเห็นได้ชัด ท้องอืด แน่นท้อง น้ำหนักไม่ค่อยลง

สำหรับอาการปวดท้องน้อยเฉียบพลันนั้น อาจเกิดจากซีสต์รั่วหรือบีบขั้ว ทำให้เกิดอาการปวด บางคนโชคร้ายซีสต์ที่เป็นมะเร็งแตก ส่งผลให้มะเร็งแพร่กระจายลามไปทั่วอวัยวะอื่นๆ ต้องตัดรังไข่ออก หลังผ่าตัดต้องรับการบำบัดด้วยคีโมต่อ หรือบางคนเป็น ซีสต์แบบบีบขั้ว” ก็ต้องตัดรังไข่ออกเช่นกัน เพราะเนื้อตายเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่ได้ บางคนไม่อยากมีลูกแล้ว และไม่อยากกลับมาเป็นซีสต์อีกก็ตัดรังไข่ออก หรือเข้าสู่วัยทองแล้วก็สามารถตัดออกได้ กรณีคนที่ตัดแต่ซีสต์ออก แต่ไม่เอารังไข่ออกก็มีโอกาสกลับมาเป็นซีสต์ได้อีก ซึ่งการรักษาสามารถส่องกล้องผ่าตัดได้เช่นกัน

3. โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

เป็นโรคที่ผู้หญิงวัยมีประจำเดือนไม่ควรมองข้าม หากมีอาการปวดประจำเดือนมากๆ ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีเลือดคั่งในมดลูก หากใครมีอาการดังกล่าวอย่าละเลย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

โรคภายในของผู้หญิง

การรักษามี 2 แบบ คือรักษาด้วยยา และด้วยการผ่าตัด ซึ่งการรักษาด้วยยาคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ประจำเดือนมาน้อยที่สุด แต่ในกรณีที่คนไข้ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว ก็อาจพิจารณาการผ่าตัดเอามดลูกออกได้ เพื่อเป็นการรักษาแบบเอารอยโรคออก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยยังประสงค์มีบุตร  สามารถทำการรักษาได้ด้วยการใช้ยาในกลุ่มฮอร์โมน เพื่อชะลอความรุนแรงของโรคได้ การผ่าตัด เนื้องอกในมดลูก” แตกต่างจากการตัด มดลูกที่บวม (Adenomyosis)”  ซึ่งเนื้องอกจะเป็นก้อนๆ สามารถตัดออกได้ แต่กรณีที่มดลูกบวมจำเป็นต้องตัดมดลูกออก พบเคสที่ผ่าตัดยาก คือการที่มดลูกมีพังผืดก้อนใหญ่

เห็นแล้วใช่ไหมล่ะว่าเป็นผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเองอย่างมากเหมือนกัน การตรวจสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นอย่ารอให้เกิดความผิดปกติก่อนแล้วค่อยมาพบแพทย์ มันไม่คุ้มกันหรอก

ที่มา : พญ.หยิงฉี หวัง สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลกรุงเทพ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา