รู้ยัง!! โรคย้ำคิดย้ำทำ ทางการแพทย์ถือว่าเป็น โรคประสาทชนิดหนึ่งนะ

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / รู้ยัง!! โรคย้ำคิดย้ำทำ ทางการแพทย์ถือว่าเป็น โรคประสาทชนิดหนึ่งนะ
ย้ำคิดย้ำทำ หลงลืม โรคประสาท โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคเครียด

เคยเป็นกันไหม ก่อนจะออกจากบ้าน ต้องคอยเช็กโน้นนี้ อย่างเช่น ปิดไฟ ปิดประตู หน้าต่างดีหรือยัง หรือแม้กระทั่งตรวจดูข้าวของว่าเอามาครบหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ก็เพิ่งเช็กไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เราเป็นแบบนี้อยู่หลายครั้ง จนติดจะเอามาพูดกันเล่นๆ ว่ากลายเป็น โรคย้ำคิดย้ำทำ ไปแล้ว แต่คุณๆ รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว ทางการแพทย์ถือว่าเป็นโรคเครียด หรือโรคประสาทชนิดหนึ่งเลยนะ

โรคย้ำคิดย้ำทำ คือการทำอย่างใดอย่างหนึ่งแบบซ้ำๆ เช่น ย้ำคิดกลัวว่าจะสกปรก ก็เลยจะย้ำทำโดยการล้างมือบ่อยๆ กลัวโจรจะขึ้นบ้านเลยย้ำทำโดยการเช็กกลอนประตูบ่อยๆ กลัวว่าไฟจะไหม้ก็เช็กสวิชท์ไฟหรือเตาแก๊ส โดยพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ เป็นมากเกินไปจนเสียเวลา เสียงานเสียการ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ทางการแพทย์ถือว่าเป็นโรคประสาทหรือโรคเครียดชนิดหนึ่ง

สาเหตุของโรคเกิดจากระดับสารเคมีในสมองไม่สมดุล ทำให้สมองทำงานผิดปกติ มีความวิตกกังวลมากจนมีพฤติกรรมซ้ำๆ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัดว่า เกิดจากความเครียดก่อนแล้วส่งผลให้ระดับสารเคมีไม่สมดุล หรือสารเคมีในสมองไม่สมดุล จนเครียด กลายเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำในที่สุด

โรคย้ำคิดย้ำทำ

หลงลืม VS ย้ำคิดย้ำทำ

ส่วนอาการหลงลืมในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการทำซ้ำๆ จนคล้ายโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่เนื่องจากผู้สูงอายุย้ำทำในสิ่งที่คิดบ่อยๆ นั้นเกิดจากการหลงลืมว่าได้ทำไปแล้ว ถือว่าไม่ใช่โรคย้ำคิดย้ำทำ แต่เกิดจากความจำที่แย่หรือเสื่อม

โรคย้ำคิดย้ำทำ เป็นโรคที่ไม่เป็นอันตรายกับชีวิต แต่สร้างความรำคาญให้กับผู้ป่วยและคนใกล้ชิด มีผลเสียหลายอย่าง เช่น คนที่กำลังจะออกจากบ้าน ก็คอยเช็กประตู ไม่ได้เดินทางไปไหนสักที ทำให้เสียเวลา หรือว่าล้างมือบ่อยๆ ทั้งวันเสียเวลากับการย้ำทำมากเกินไป อีกทั้งยังนำไปสู่ปัญหามือแห้งได้ หรือในคนไข้ที่กังวลกับอาการย้ำคิดย้ำทำของตนมากเกินไปจนเป็นความเครียด ส่งผลให้กลายเป็นโรคซึมเศร้า ท้อแท้ตามมา หรือแม้กระทั่งคนไข้บางรายสามารถทำใจมองอาการเป็นเรื่องปกติ ส่งผลให้ความเครียดลดน้อยลง และยอมรับในอาการที่เป็นอยู่ว่าเป็นนิสัยของตัวเอง แต่ผลเสียในการใช้ชีวิตอื่นๆ ก็คงมีอยู่ สุดท้ายโรคย้ำคิดย้ำทำก็ไม่เกิดผลดีทั้งนั้น

การรักษาได้อย่างไร…?

สามารถทำได้ 2 ส่วนคือ การใช้ยาช่วยปรับระดับสารเคมีในสมองให้สมดุล ทำให้คนไข้มีอาการดีขึ้น และทำจิตบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavior therapy ) ซึ่งเป็นการบำบัดที่เป็นสากล เพื่อแก้ปัญหาปัจจุบันและเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมที่ไร้ประโยชน์ โดยเน้นปัญหาในปัจจุบัน ไม่ได้ค้นกลับไปยังปมที่มีมาตั้งแต่อดีต ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดี

ที่มา :

ขออนุญาตใช้เนื้อหา