ตามมาเช็ก! ไข้หวัดใหญ่ VS ไข้หวัดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไร

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ตามมาเช็ก! ไข้หวัดใหญ่ VS ไข้หวัดธรรมดา แตกต่างกันอย่างไร
วิธีดูแลตัวเอง อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดาต่างกันอย่างไร

หลายคนอาจจะรู้จักและเคยได้ยินสรรพคุณของโรค ไข้หวัดใหญ่ กันมาบ้างแล้วล่ะ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้จริงแล้ว โรคไข้หวัดใหญ่ แตกต่างจากโรคไข้หวัดธรรมดาอย่างไร แล้วมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากกันค่ะ

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Influenza Virus ซึ่งเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน โดยอาการติดเชื้อมักเริ่มขึ้นในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน (จมูกและคอ) และจะแพร่กระจายลงไปยังปอดและหลอดลมตามลำดับ การแยกเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1993 โดยไข้หวัดใหญ่มีสายพันธุ์ใหญ่หลักๆ สามสายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ A  สายพันธุ์ B และสายพันธุ์ C ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด

ไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B พบได้ทั่วโลก  สายพันธุ์ A สามารถระบาดได้ทั้งปีในขณะที่สายพันธุ์ B เป็นไข้หวัดตามฤดูกาล ซึ่งระบาดบ่อยในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน เพราะว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่เจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษในอาการเย็น

ไข้หวัดใหญ่

การระบาดของทุกๆ สายพันธุ์ในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้คาดเดายากว่าสายพันธุ์ใดจะเป็นตัวเด่นในแต่ละปีหรือจะมีการระบาดในช่วงไหนของแต่ละฤดู แม้ไวรัสชนิด A จะเป็นสายพันธุ์หลักในอดีต แต่ไวรัสสายพันธุ์ B ก็เริ่มมีการแพร่ระบาดและมีความรุนแรงพอๆ กับสายพันธุ์ A นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรมดา คือ ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรง เฉียบพลัน และยาวนานกว่า การเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่ทั้งสองประการสามารถช่วยให้ผู้ป่วยวินิจฉัยอาการของตนเองและรับการรักษาจากแพทย์ได้ทันก่อนที่จะสายเกินแก้

 อาการ  ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่
 อาการไข้  อาจมีไข้ แต่ไม่สูงมากนัก หรืออาการไข้ตามมาทีหลังแบบค่อยเป็นค่อยไป  เด็กมักจะมีไข้สูงมากกว่าผู้ใหญ่  มีไข้สูงประมาณ 2-4 วัน มากถึง 40 องศาเซลเซียส
ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและลำตัว  ปวดเล็กน้อย หรืออาจไม่ปวดเลย  มีอาการปวดตัว ปวดข้อ และปวดกล้ามเนื้ออย่างมากและเป็นบ่อยครั้ง
 ปวดศีรษะ  ปวดเล็กน้อย หรืออาจไม่ปวดเลย  ปวดศีรษะมาก
 อ่อนแรงและอ่อนเพลีย  ไม่มากนัก อาจมีแค่เพียงความรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายตัว  อ่อนเพลียมาก และอาการอาจยาวนานได้ถึง 2-3 สัปดาห์
 คัดจมูก  พบบ่อย  พบบ่อย
 แน่นหน้าอกหรือไอ  ไอแบบแห้งๆและไอไม่มากนัก  พบบ่อย และอาจกลายเป็นอาการรุนแรงได้
 เจ็บคอ  พบบ่อย  พบบ่อย
 มีน้ำมูก  พบบ่อย  พบบ่อย
 จาม  พบบ่อย  พบบ่อย
 อาการเบื่ออาหาร  รับประทานอาหารได้ตามปกติ  มักมีอาการเบื่ออาหาร
 อาการหนาวๆร้อนๆ  พบไม่บ่อย  พบบ่อย
 คลื่นไส้และอาเจียน  พบไม่บ่อย  อาจมีบ้าง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็ก

ไข้หวัดใหญ่

ภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และอาการโรคประจำตัวกำเริบมากกว่าปกติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ภาวะแทรกซ้อนหลักๆ ประกอบไปด้วย

  • ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจ

ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงที่มากกว่าไอหรือมีเสมหะธรรมดาจนถึงขั้นแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีดทั่วปวด หรือเจ็บกลางหน้าอก ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจอาจนำไปถึงภาวะปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบได้

  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจ

ผู้ป่วยอาจมีการเปลี่ยนแปลงในเสียง หรืออัตราการเต้นของหัวใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางปอดอย่างมาก ในขั้นรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจวายและเสียชีวิตได้

  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทรวมถึงเยื่อหรือเนื้อหุ้มสมองอักเสบ มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยเด็ก โดยอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจรวมถึง อาการชัก ซึม สับสนหรือปลุกไม่ตื่น

ทั้งนี้อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่รวมถึงความดันโลหิตต่ำ อาการช๊อค ไตวายและตับวายได้

กลุ่มเสี่ยง

โรคไข้หวัดใหญ่สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย แต่กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงมีดังต่อไปนี้

  • เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  • ผู้หญิงมีครรภ์เกินกว่า 4 เดือน
  • ผู้พิการทางสมอง
  • ผู้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ มากกว่า 100 กิโลกรัม หรือเป็นโรคอ้วน
  • ผู้สูบบุหรี่จัด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค เช่น โรคปวดอุดกั้น หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี
  • บุคคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรพบแพทย์ทันทีหากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

  • คุณสามารถป้องกันตัวเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดังต่อไปนี้
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่
  • ล้างมือบ่อยๆ และล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก หรือขยี้ตา
  • อย่าใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี โดยเฉพาะวัดซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่ครอบคลุมเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรค ควรฉีดก่อนฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงระบาดที่สำคัญ เนื่องจากสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกและแพทย์ได้แนะนำให้ฉีดวัคซีนเพราะ

  • ช่วยลดอัตราการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 90%
  • หมดกังวลกับภาวะแทรกซ้อน
  • ลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
  • การงานไม่สะดุด เพราะต้องลาหยุดเมื่อป่วย

ที่มา : ศ.คลินิก เกียรติคุณ เสน่ห์ เจียสกุล โรงพยาบาลสมิติเวช

ขออนุญาตใช้เนื้อหา