ไขมันพอกตับ โรคยอดฮิต ที่คุณอาจเป็นแบบไม่รู้ตัว

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ไขมันพอกตับ โรคยอดฮิต ที่คุณอาจเป็นแบบไม่รู้ตัว
ความดันโลหิตสูง . ตับ ภาวะไขมันพอกตับ อาหารไขมันสูง . ดื่มแอลกอฮอล์ เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันพอกตับ

คุณรู้ไหมว่า ด้วยพฤติกรรมการทานอาหารที่ตามใจปากมากจนเกินไป เผลอทานอาหารไขมันสูง รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ ทำให้ “ตับ” สามารถสะสมไขมันไว้ได้มาก จนบางครั้งก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะ ไขมันพอกตับ ที่อาจนำไปสู่โรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในที่สุด

ภาวะไขมันพอกตับ คือ การสะสมไขมันเข้าไปในเซลล์ตับอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อตับเกิดการอักเสบ และส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย จนทำให้เกิดเป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ โดยเฉพาะโรคเรื้อรังต่างๆ ที่อาจเป็นโรคเดิมที่เป็นอยู่แล้ว เช่น โรคเบาหวาน ตับอักเสบจากไวรัสชนิดต่างๆ โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ ถ้าหากปล่อยให้ตับอักเสบเป็นเวลานานๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดการทำลายเซลล์ตับ และมีการแทนที่ด้วยพังผืด จนตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับในที่สุด

อาการเป็นอย่างไร?

เป็นที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะในระยะแรกของโรค จะไม่แสดงอาการใดๆ หรือหากมี ก็เป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกโรคได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณชายโครงขวา เนื่องจากโรคที่เกี่ยวกับตับนั้น จะดำเนินโรคค่อนข้างช้า ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 ปี จะเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นคนที่ตรวจเจอส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เข้ารับการเจาะเลือด ตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจทางการแพทย์ด้วยเหตุผลอื่นๆ ซึ่งบางรายก็อาจตรวจพบตอนที่เป็นภาวะตับแข็งแล้วก็เป็นได้

ไขมันพอกตับ

ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?

  • ผู้ป่วยโรคตับที่มีผลเลือดค่าการทำงานตับ AST/ALT มากกว่า 1 เพราะมีโอกาสเป็นโรคตับแข็ง
  • มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี
  • ดื่มเหล้าเป็นเวลานาน
  • ทานยา, สมุนไพร ติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนปรกติ ถึง 4 เท่า
  • อ้วนลงพุง หรือน้ำหนักเกิน
  • กลุ่มภาวะไขมันพอกตับที่อายุมากกว่า 45 ปี

เราสามารถป้องกันได้อย่างไร?

เราสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม หมั่นออกกำลังกายให้ร่างกายได้มีการเผาผลาญพลังงานบ้าง รวมไปถึงการงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้เรายังสามารถเข้ารับวินิจฉัยภาวะไขมันพอกสะสมในตับได้ด้วยการตรวจเลือด ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน หรือตรวจวัดปริมาณไขมันในตับได้อีกด้วยนะคะ

ที่มา : www.samitivejhospitals.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา