เพราะ 6 ปัจจัยนี้เองหรอ? ที่ทำให้ป่วยเป็น โรคไมเกรน

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / เพราะ 6 ปัจจัยนี้เองหรอ? ที่ทำให้ป่วยเป็น โรคไมเกรน

โรคไมเกรน เป็นอีกโรคหนึ่งที่เชื่อได้เลยว่า ไม่มีใครที่อยากจะพบเจอ ก็เพราะว่าเวลาอาการมันกำเริบขึ้นมาเนี่ย เล่นเอาปวดหัวจนไม่เป็นอันทำอะไร ปวดแบบทรมานสุดๆ ไปเลย วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกันค่ะว่า นอกจากอาการปวดหัวแล้ว โรคไมเกรนมีอาการอื่นๆ อีกหรือไม่ และแท้จริงแล้วมันเกิดจากปัจจัยใดได้บ้าง?

โรคไมเกรนคืออะไร?

โรคไมเกรน (Migraine) คือโรคที่เกิดจากการบีบตัวและคลายตัวของหลอดเลือดแดงในสมองมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ในบางรายอาจมีอาการตาพร่ามัว หรือเห็นแสงระยิบระยับร่วมด้วย

อาการของโรคไมเกรนมีอะไรบ้าง?

1. ปวดศีรษะครึ่งซีก อาจเป็นบริเวณขมับหรือท้ายทอย แต่บางครั้งก็อาจจะเป็นทั้งสองข้างพร้อมกันหรือเป็นสลับข้างกันได้

2. ลักษณะการปวดศีรษะส่วนมากจะปวดตุ๊บๆ นานครั้งหรือเกิน 20 นาที (ยกเว้นจะได้รับประทานยา) แต่บางครั้งถ้าเป็นรุนแรง อาจปวดนานเป็นวันๆ หรือสัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีปวดตื้อๆ สลับกับปวดตุ๊บๆ ในสมองก็ได้

3. อาการปวดศีรษะมักรุนแรง และส่วนมากจะมีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วยเสมอ โดยอาจเป็นขณะปวดศีรษะ ก่อนหรือหลังปวดศีรษะก็ได้ บางรายมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากจนรับประทานอะไรไม่ได้เลย

4. อาการนำจะเป็นอาการทางสายตา โดยจะมีอาการนำมาก่อนปวดศีรษะราว 10-20 นาที เช่น เห็นแสงเป็นเส้นๆ ระยิบระยับ แสงจ้าสะท้อน หรือเห็นภาพบิดเบี้ยว

โรคไมเกรน

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เป็นโรคไมเกรน

1. ภาวะเครียด

2. การอดนอน

3. การขาดการพักผ่อน หรือทำงานมากเกินไป

4. ขณะมีระดู หรือรับประทานยาคุมกำเนิด

5. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์

6. ทานอาหารบางชนิด เช่น กล้วยหอม เนยแข็ง และช็อกโกแลต

โรคไมเกรนรักษาอย่างไร?

การปวดศีรษะจากโรคไมเกรน มักรักษาไม่หายด้วยยาแก้ปวดพาราเซตามอลแบบธรรมดา ยาที่ได้ผลดีคือ ยาแก้ปวดแอสไพริน ขนาด 2 เม็ด แต่ข้อระวัง! ห้ามรับประทานแอสไพรินในขณะท้องว่าง และผู้ป่วยเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดเลือดออกในกระเพาะได้ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ในผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่าจะมีโรคกระเพาะหรือไม่ ให้รับประทานยาเคลือบกระเพาะอาหารหรือนมร่วมด้วย ก็จะป้องกันการระคายเคืองของแอสไพรินต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารได้

อย่างไรก็ตาม การดูแลร่างกายและจิตใจให้รู้สึกผ่อนคลายก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน หากผู้ที่ป่วยเป็นโรคไมเกรน มีอาการไม่บ่อย ก็อาจไม่จำเป็นต้องทานยาเพื่อป้องกัน แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะบ่อย เช่น เกือบทุกอาทิตย์ หรือทุกวัน ก็ควรทานยาป้องกัน รวมไปถึงหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจจะทำให้อาการปวดหัวกำเริบ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดอาการดังกล่าวได้แล้วค่ะ

ที่มา : thonburihospital.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา