รู้ยัง! โรคคิดไปเองว่าป่วย มีอยู่จริงนะ

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / รู้ยัง! โรคคิดไปเองว่าป่วย มีอยู่จริงนะ

อาการเจ็บไขได้ป่วยเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเจอ แต่ในทางการแพทย์ยังมีอีกโรคหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จักหรือได้ยินชื่อมาก่อน โรคนั้นก็คือ “โรคคิดไปเองว่าป่วย (Hypochondriasis)” ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ เมื่อมีอาการทางกายบางอย่าง จะเชื่อว่าตนเองกำลังป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่ง แม้ไปหาหมอ แล้วหมอจะบอกว่าไม่เป็นอะไรก็ตาม ก็จะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ ทำให้ต้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งโรคนี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก

อาการดังกล่าวเกิดจาก “ความวิตกกังวล” ของคนไข้เอง เกิดจากอาการทางกายบางอย่างหรือหลายอย่าง ทำให้คนไข้เกิดความวิตกกังวลไปต่างๆ นานา ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือต่อชีวิต ยกตัวอย่างเช่น อาการปวดท้อง อาจเป็นอาการท้องอืด ท้องเฟ้อธรรมดา แต่ในคนที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวจะความรู้สึกไวกว่าคนปกติ และรู้สึกว่าปวดท้องหนักมาก ทำให้กังวลว่าจะเป็นโรคร้าย เป็นต้น เมื่อพบแพทย์แล้วแพทย์ทำการวินิจฉัยว่าไม่ได้ป่วยก็จะไม่ยอมเชื่อ

โรคคิดไปเองว่าป่วย

คนกลุ่มนี้จะมีความรู้สึกว่าตัวเองป่วยจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำ ซึ่งเกิดจากจิตใจสำนึกของผู้ป่วย บางคนก็อาจมีอาการทางกายบางอย่าง หรือบางคนอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ เช่น การนั่งใกล้ผู้ติดเชื้อ HIV แล้วกังวลว่าตนเองจะได้รับเชื้อมาทางระบบทางเดินหายใจ เมื่อพบแพทย์และทำการวินิจฉัยโรคว่าไม่พบ ก็จะหายกังวลไปได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งแล้วกลับมากังวลใหม่ และพบแพทย์ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ

ผู้ป่วยโรคนี้จะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ แต่ที่พบมากจะอยู่ในกลุ่มอายุ 20-30 ปี ส่วนมากคนที่มีความกังวลจะมีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับโรคนั้นๆ เช่น การกังวลถึงการติดเชื้อ HIV ซึ่งเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ คนที่มีพฤติกรรมนี้ก็จะมีความกังวลต่อโรคนี้เป็นพิเศษ แต่ถ้าหากเป็นผู้สูงอายุที่เห็นคนใกล้ตัวเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ หรือพบเห็นข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้สูงอายุด้วยโรคหัวใจบ่อยๆ ก็จะมีความกังวลต่อโรคนี้มากกว่าโรคอื่นๆ เป็นต้น

นอกจากนี้การเป็นโรคของคนในครอบครัวก็มีส่วนที่ทำให้เกิดความกังวล เช่น ผู้ป่วยบางรายที่อาจเคยมีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ เมื่อตัวเองมีอาการแน่นหน้าอก ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดทั่วไป โดยคนปกติก็จะถอนหายใจสักสองสามครั้ง นั่งพักสักครู่ก็หาย แต่ถ้าเป็นคนป่วยด้วยโรค Hypochondriasis ที่มีความกังวลในเรื่องของโรคหัวใจอยู่แล้ว เมื่อถอนหายใจแล้วจะสามารถหายไปได้ช่วงหนึ่ง แต่ก็จะกลับมาเป็นใหม่ เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับโรคดังกล่าวอยู่

โรคคิดไปเองว่าป่วย

วิธีการสังเกตตนเองว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ให้สังเกตที่จำนวนครั้งในการพบแพทย์ ในคนทั่วไปก็อาจมีการพบแพทย์ซ้ำเป็นครั้งที่สองได้ หากไม่เชื่อคำวินิจฉัยของแพทย์ในครั้งแรก หรือคิดว่าแพทย์อาจจะตรวจไม่พบ และเมื่อพบแพทย์ครั้งที่สองแล้วไม่พบโรคอีก ก็จะเลิกพบไปในที่สุด แต่ถ้าหากมีการพบแพทย์ซ้ำมากกว่าสองครั้งขึ้นไป ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นโรค Hypochondriasis อยู่แล้วล่ะ

การวินิจฉัยโรคดังกล่าวจะมีการตรวจทั้งทางกายและใจร่วมกัน ก่อนอื่นต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าคนไข้ไม่ได้เป็นโรคที่กังวลอยู่จริงๆ หรือถ้าหากตรวจพบตามอาการที่คนไข้บอก ก็ต้องแน่ใจก่อนว่าอาการนั้นไม่ใช่โรคร้ายที่คนไข้กังวลอยู่ นั่นเป็นการตรวจทางกาย แล้วจึงตรวจทางใจร่วมกัน

วิธีการรักษาโรคดังกล่าวโดยทั่วไปค่อนข้างรักษายาก เพราะเกิดจากความกังวลและเป็นตัวตนของคนไข้เอง ก่อนอื่นก็ต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจก่อนว่าร่างกายของคนไข้ปกติดี ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไร ซึ่งต้องอาศัยท่าทีที่น่าเชื่อถือของแพทย์ร่วมด้วย หรืออาจอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงหรือเป็นโรคร้าย ขั้นต่อไปคือการให้ยาลดความวิตกกังวล รวมถึงการฝึกฝนคนไข้ใหม่ เพื่อปรับเปลี่ยนมุมมอง ความคิดของตัวเอง เกี่ยวกับอาการป่วยที่คนไข้กังวลอยู่ ในขั้นนี้จะเรียกว่าจิตบำบัด ที่สำคัญที่สุดคนรอบข้างต้องให้ความเข้าใจในตัวคนไข้อย่างมากด้วยเช่นกัน

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา