ทำความรู้จัก โรคเมลิออยโดสิส วายร้ายในหน้าฝนนี้!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ทำความรู้จัก โรคเมลิออยโดสิส วายร้ายในหน้าฝนนี้!

อย่างที่เราทราบกันดีว่า โรคร้ายในหน้าฝนที่ติดอันดับต้นๆ เลยก็คือ โรคไข้เลือดออก แต่มีอีกหนึ่งโรคที่คุณต้องทำความรู้จัก รวมไปถึงดูแลและป้องกันสุขภาพของตนเองให้ดีเลยก็คือ โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ซึ่งเป็นโรคที่ติดเชื้อได้ดีในหน้าฝนนี้ อีกทั้งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคปอดบวมในชุมชน (community-acquired pneumonia) และภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (septicemia) ที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70% อีกด้วย

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เกิดจากอะไร

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) หรือที่รู้จักกันในนามของ โรคเมลิออยด์ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Burkholderia pseudomallei ซึ่งพบได้ในดิน น้ำ และสัตว์หลายชนิด เช่น โค กระบือ แพะ โดยแบคทีเรียชนิดนี้มีระยะฟักตัวในผู้ป่วยที่มีอาการเฉียบพลันตั้งแต่ 1-21 วัน แต่พบเฉลี่ยอยู่ที่ 9 วัน ซึ่งเชื้อดังกล่าวสามารถเข้าสู่ร่างกายของคนผ่านทางผิวหนัง ที่สัมผัสกับดินหรือน้ำที่เป็นแหล่งของโรค โดยที่ร่ายกายของคุณไม่จำเป็นต้องมีแผล หรือรอยขีดข่วนเพียงนิดเดียว แต่ถ้าหากร่างกายคุณมีแผล ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคเพิ่มขึ้นไปอีก

โรคเมลิออยโดสิส

นอกจากนี้เชื้อโรคยังสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการทานอาหารที่มีดินปนเปื้อน หรือดื่มน้ำที่ไม่ได้ผ่านการกรรมวิธีฆ่าเชื้อที่เหมาะสม และผ่านทางการหายใจซึ่งเกิดจากการหายใจนำฝุ่นดิน หรือลมฝนที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปในปอด โดยปกติโรคนี้จะไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้โดยการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือรับประทานสัตว์ที่เป็นโรค

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคนี้

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะพบเจอกับโรคนี้ก็คือ ผู้ที่จำเป็นต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นระยะเวลานาน เช่น ชาวนา และเกษตรกร จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคเมลิออยด์สูง นอกจากนั้นผู้ที่มีโรคเรื้อรังอันเป็นสาเหตุให้มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ผู้ที่ได้รับยากดภูมิต้านทาน จะมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเมลิออยด์เช่นกัน

อาการที่มักพบเจอในคนที่ป่วยเป็นโรคเมลิออยโดสิส

โรคนี้สามารถทำให้เกิดและแสดงอาการได้หลายรูปแบบ ไม่มีอาการเฉพาะชัดเจน ดังนั้นผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หรือมีปัจจัยเสี่ยงควรระมัดระวัง และสังเกตอาการของตนเองให้ดี โดยผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการไข้ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ทราบสาเหตุ และต่อมาอาจเกิดอาการรุนแรงแตกต่างกันไปขึ้นกับตำแหน่งของอวัยวะที่เกิดโรค โดยอาการรุนแรงที่พบได้บ่อยได้แก่ อาการไข้สูงจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (septicemia) อาการไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอกจากการติดเชื้อที่ปอดเฉียบพลัน (acute pneumonia) อาการปัสสาวะแสบขัดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (urinary tract infection) อาการติดเชื้อในข้อหรือการเกิดฝีตามผิวหนัง และอวัยวะภายในซึ่งพบได้บ่อยในตับ ม้าม และต่อมน้ำเหลือง

โรคเมลิออยโดสิส

การวินิจฉัยและการรักษา

เนื่องจากตัวโรคนี้มีไม่มีอาการจำเพาะ และมีอาการใกล้เคียงกับโรคติดเชื้ออื่นๆ ดังนั้นผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคเมลิออยด์ ควรได้รับการวินิจฉัยยืนยันโดยแพทย์ ด้วยวิธีการเพาะเชื้อจากเลือด และสิ่งส่งตรวจอื่นๆ เช่น ปัสสาวะ และเสมหะ แต่ในบางกรณีแพทย์อาจทำการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายโรคตามเกณฑ์การวินิจฉัย แม้ไม่มีผลเพาะเชื้อยืนยัน ในส่วนของการรักษาโรคเมลิออยด์ เนื่องจากตัวโรคสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ดังนั้นการรักษาโรคนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาต้านจุลชีพชนิดฉีดอย่างรวดเร็วภายใต้การดูแลของแพทย์ และควรได้รับยาต้านจุลชีพชนิดรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค

เราจะป้องกันการติดเชื้อจากโรคนี้ได้อย่างไร?

หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นต้องทำงานที่สัมผัสกับดินหรือน้ำ ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และกางเกงขายาวร่วมด้วย และควรทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลังเสร็จงาน นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารและน้ำที่สุกสะอาด ไม่ทานอาหารที่อาจมีการปนเปื้อนของดินหรือน้ำที่ไม่สะอาด รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับลมฝุ่น หรือลมฝน ในพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อ เพราะภาวะแทรกซ้อนจากโรคนี้มีความรุนแรง ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตามในหน้าฝนที่เรามีโอกาสป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายแบบนี้ สิ่งที่ดีที่สุด คือ การดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย หากโดนฝนระหว่างทาง เมื่อกลับถึงบ้าน ก็ควรรีบทำความสะอาดร่างกายทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บป่วยยังไงล่ะ

ที่มา : www.pharmacy.mahidol.ac.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา