ทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ อันตรายถึงชีวิต! หายไม่รู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ทำความรู้จัก โรคภูมิแพ้ อันตรายถึงชีวิต! หายไม่รู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง

โรคภูมิแพ้ คือ อีกโรคหนึ่งที่มีคนจำนวนมากเป็นกันไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เดี๋ยวนี้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป มีมลพิษเพิ่มมากขึ้น ทำให้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ต่างๆ ได้ง่าย เมื่อเป็นแล้วก็จะทำให้สุขภาพอ่อนแอลง ไม่แข็งแรงเหมือนกับคนอื่นๆ วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับสาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้กันสักหน่อยดีกว่า

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุวัฒน์ เบญจผลพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคภูมิแพ้ เป็นภาวะที่คนบางคนมีอาการเกิดขึ้นผิดปกติ แต่คนปกติไม่เป็น สารที่ไปเจอแล้วทำให้เกิดโรคนั้นเรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ อาทิ ไรฝุ่น แมลงสาบ เชื้อรา สัตว์เลี้ยง เป็นต้น ตัวที่ควบคุมทำให้เป็นโรคนี้ คือ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อมทั้ง 2 อย่าง มีผลต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้แพ้ง่ายและเป็นโรคภูมิแพ้ขึ้น ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ พบว่า สาเหตุเกิดจาก สารก่อภูมิแพ้เข้าไปกระตุ้นเซลล์ ซึ่งเป็นภูมิต้านทานตัวที่สำคัญของร่างกาย และมีสารแอนติบอดี้ ออกมา ทำให้เกิดปฏิกิริยาการปล่อยสารอีสโตลีน ทำให้เกิดอาการแพ้ และเกิดโรคภูมิแพ้ขึ้น

โรคภูมิแพ้

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคนี้ก็คือ โรคติดเชื้อกับวิถีชีวิตและความเครียด โรคติดเชื้อนั้นก็มีหลายชนิด เช่น ไวรัสหัดเยอรมัน คางทูม แต่ปัจจุบันน้อยลง เพราะมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรค วิถีชีวิตและความเครียดนั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างเช่น ในเรื่องของอาหารการกินก็จะเป็นอาหารจานด่วน ทำให้มีสารอาหารปนเปื้อนมากขึ้น สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงในบ้านไม่เลี้ยงนอกบ้านเหมือนแต่ก่อน มลภาวะที่เป็นพิษก็มากขึ้น มีความเครียดกันมากขึ้น

โรคภูมิแพ้มีอยู่หลายชนิด เช่น โรคภูมิแพ้ทางจมูก หรือที่รู้จักกันว่า แพ้อากาศ นั่นเอง จะพบบ่อยมากในเด็กวัยรุ่น อายุระหว่าง 13-14 ปี ประมาณ 40% จะมีอาการคัน และคัดจมูก จาม เยื่อจมูกบวม น้ำมูกไหล ไอ ขอบตาล่างบวมคล้ำๆ โรคหืดหอบ ก็จะมีอาการหายใจลำบาก เสียงดัง ไอมีเสมหะ ทางเดินหายใจแคบ ตีบ แน่นหน้าอก ที่พบบ่อยจะเป็นภาวะฉุกเฉิน คือ เมื่อเอกซเรย์แล้วพบว่า ปอดขยาย หลอดลมและกล้ามเนื้อหดตัวเยื่อบุบวม

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือที่เรียกว่า ลมพิษ จะเป็นผื่นแดง บวม ขอบนูนหนา จะเป็นๆ หายๆ สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย ถ้าอาการรุนแรงมากขึ้น หน้าตาจะบวมจนตาปิด อาจหน้าเบี้ยวไปเลย บางรายหน้าจะปูดเหมือนลูกปิงปอง ส่วนการแพ้อาหารก็จะพบบ่อยพอสมควร เช่น แพ้นมวัวก็จะมีอาการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน แพ้อาหารทะเล ไข่ การแพ้ยาก็พบบ่อยประมาณ 5% ของผู้ป่วยที่รับยาในโรงพยาบาล และประมาณ 10% ของคลินิก จะมีอาการหอบ หมดสติ ช็อก บวม มีการเสียชีวิตจากการแพ้ได้ อาการที่บ่งบอกถึงภาวะที่เป็นอันตราย คือ ปากบวมไหม้ หนังลอกทั้งตัว เป็นตุ่มพองน้ำใส

การดูแลและรักษาโรคภูมิแพ้คือ หลีกเลี่ยงจากสารก่อโรค สามารถทำได้โดยการดูแลรักษาความสะอาดของห้องนอน เพราะเป็นที่เกิดสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญที่สุด ห้องนอนควรจะมีของใช้ไม่มากเกินไป หมั่นทำความสะอาด ไม่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้าน การรับประทานยาที่ตรงกับโรคที่ตนเองเป็นตามที่แพทย์สั่ง และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเมื่อทราบว่าตนเองเป็นโรคภูมิแพ้ก็ควรปรึกษาแพทย์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ส่วนการป้องกันนั้น เด็กที่เกิดใหม่ก็ควรกินนมแม่ ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมสารก่อภูมิแพ้และสิ่งแวดล้อม

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา