แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับ อาหนิง นิรุตติ์ แนะ 5 เคล็ดลับป้องกันโรคสมองเสื่อม

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับ อาหนิง นิรุตติ์ แนะ 5 เคล็ดลับป้องกันโรคสมองเสื่อม

ในช่วงที่อายุเพิ่มมากขึ้นจนเริ่มก้าวเข้าสู่วัยของผู้สูงอายุ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโรคยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับเรานั่นก็คือ โรคสมองเสื่อม ซึ่งโรคนี้ก็สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ โรคสมองเสื่อมที่รักษาให้หายขาดได้ และโรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากรพ.พญาไท 2 และอาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา นักแสดงมากความสามารถ ได้มาให้คำแนะแนวเกี่ยวกับวิธีป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ จะมีวิธีใดบ้าง ตามมากันเลย

ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์มีมากขึ้น ทำให้ประชากรในประเทศไทย โดยเฉลี่ย มีช่วงอายุยืนยาว ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 ข้อมูลจากระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ภายในปี 2568 ขณะเดียวกัน… คนสูงอายุ ก็เป็นกลุ่มที่มีโรครุมเร้ามาก ซึ่งพบว่า “ภาวะสมองเสื่อม” เป็นหนึ่งในโรคที่เกิด ในผู้สูงอายุมากขึ้น โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นในกลุ่มช่วงอายุ 65-69 ปี ประมาณร้อยละ 3-5  สถิติปี 2558 มีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน และคาดว่าในปี  2573 จำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,117,000 คน

โรคสมองเสื่อม

พญ.สิรารัตน์ โมรรัต กล่าวว่า ภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่ โรคสมองเสื่อมที่รักษาให้หายขาดได้ และโรคสมองเสื่อมที่รักษาไม่หายขาด ซึ่งมีสาเหตุแตกต่าง กันออกไป “ภาวะสมองเสื่อมชนิดที่รักษาได้นั้น ส่วนมากมาจากโรคทางกายซึ่งหลายครั้ง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เช่น กลุ่มที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบตัน (Vascular dementia) ซึ่งมีสาเหตุจากความดันโลหิตสูง ไขมันหรือน้ำตาลในเลือดสูง สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถรักษาได้ โดยการรับประทานยาควบคู่ ไปกับการควบคุมอาหาร และดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการ ออกกำลังกาย อาการคล้ายโรคสมองเสื่อมก็จะดีขึ้นหรือหายไป

พญ.สิรารัตน์ โมรรัต ร่วมกันกับ “อาหนิง นิรุตติ์” แนะแนวหนทาง แก่เก๋าไม่เก่าเก็บ: วิถีป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคสมองเสื่อม ดังนี้

โรคสมองเสื่อม

1. ดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ในเด็ก

เริ่มต้นได้ที่ตัวเราหันมาใส่ใจ ในการดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่น เราจำเป็นต้องมีวินัยในการใช้ชีวิต รู้จักเข้มงวดและผ่อนปรน ฝึกฝนตัวเองในการดูแลสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์เสมอ

2. ปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต

บริหาร สมองด้วยการอ่านหนังสือ หรือเล่นเกม ที่อาศัยการคิดคำนวณ พูดคุยเข้าสังคม การติดอยู่แต่ในอดีต  คิดถึงแต่ความสำเร็จ หรือความเศร้าใจของเมื่อวานนั้นสะท้อนว่าเราไม่ไปข้างหน้า สมองก็หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ออกกำลังความคิด ควรทำอะไรด้วยการวางแผนเสมอ ผมเองก่อนออกจากบ้าน ต้องทราบแล้ว เสื้อผ้าวางตรงนี้ เราจะอาบน้ำแต่งตัวนะ แล้วหยิบอะไรตรงไหน ออกไปกี่โมง เดินทางเส้นไหน แล้วทำอะไรบ้าง เพราะการวางแผนทำให้เราคิดถึงข้างหน้า และบริหารสมอง ไม่ให้ฝ่อ ไม่ให้หลงให้ลืม เพิ่มเติมการนวดศีรษะด้วยการสระผมไว้ด้วย ผมว่ามันช่วยกระตุ้นและผ่อนคลายสมองไปพร้อมๆ กัน

โรคสมองเสื่อม

3. ดูแลสุขภาพจิตให้ดี

คิดบวก ไม่เครียด อย่าคิดซ้ำๆ อย่าทำอะไรจำเจ เพราะคนที่ทำอย่างนั้น มันไม่มีสิ่งใหม่ๆ เข้าหัว และคิดตัดสินใจอย่างคนที่ผ่านโลกมาเยอะแล้ว อย่าเครียด หากิจกรรมทำ อย่าหยุดนิ่งไปกับวัยชรา

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

งดแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะมีผลต่อสมอง ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  การกิน การดื่ม หรือการบริโภคเนี่ย สำคัญมาก เพราะมันส่งผลกับเราโดยตรงทุกช่วงวัย สะสมมา อาหารดีมีประโยชน์ก็บำรุงร่างกายถูกต้อง เราเลือกกันได้ แต่ภาชนะ หรือวัสดุที่ใช้กันล่ะ ต้องดูให้ดีว่าได้มาตรฐานและถูกความร้อน ความเย็น ฯลฯ ใช้อย่างไรจึงจะปล่อยภัย เพิ่มเติมการออกกำลังกายตามวัยควบคู่กันไปไม่ให้ขาด

โรคสมองเสื่อม

5. ควรเช็คสุขภาพเป็นประจำ

สำหรับคนที่เป็นความดัน เบาหวาน ควรรักษาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีปัญหาด้านความจำ ให้พบประสาทแพทย์ จิตแพทย์  หรือเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างตรงจุด อย่าทำตัวเป็นหมอเสียเอง วินิจฉัยตนเองว่าคงเป็นอันนั้นเป็นอันนี้ หรือไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ให้ ปล่อยไปจนเป็นหนัก ก็จะสาย ควรให้แพทย์ ให้โรงพยาบาลเป็นคนบอกเรา

สุดท้ายอาหนิงฝากข้อคิดไว้ว่า “กินให้ดีพอ นอนให้เพียงพอ อย่ามองข้ามการออกกำลังกาย และ อย่ากลัวเจอหมอ อย่ากลัวโรงพยาบาล เพราะเราไม่อาจเข้าใจทุกอย่างในร่างกายทุกประการ ฉะนั้นมาควรมาตรวจร่างกายเป็นประจำทุกๆ ปี”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รพ.พญาไท 2

ขออนุญาตใช้เนื้อหา