เฮอร์แปงไจน่า โรคเสี่ยงของเด็ก ที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / เฮอร์แปงไจน่า โรคเสี่ยงของเด็ก ที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม!

โรคระบาดที่สามารถติดต่อกันได้ในบ้านเรามีอยู่หลายโรคด้วยกัน ยิ่งในหน้าฝนแบบนี้ นอกจากจะต้องระวังโรคไข้เลือดออก และโรคมือปากเท้าแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโรคที่หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก นั่นก็คือ “โรค เฮอร์แปงไจน่า” มาดูกันสิว่า โรคนี้คืออะไร และมีวิธีป้องกันตัวเองได้อย่างไรบ้าง?

โรคเฮอร์แปงไจน่า เป็นโรคที่ติดเชื้อจากไวรัสชนิดเดียวกันกับมือ เท้า ปาก ซึ่งเป็นกลุ่มของ เอนเตอโรไวรัส (Enterovirus)  แต่มีอาการที่แตกต่างกันคือจะมีแผลเฉพาะที่ปากเท่านั้น ขณะที่มือ เท้า ปาก นอกจากจะมีแผลที่ปากแล้วจะมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำมูก ไอ จาม ลักษณะอาการจะมีไข้สูงประมาณ 39.5-40 องศาเซลเซียส และมีแผลในช่องปากบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล และในโพรงคอหอยด้านหลัง แต่ถ้าเป็นมือ เท้า ปาก ไข้จะไม่สูง และมีแผลกระจายอยู่ทั่วปาก รวมทั้งมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย

การติดต่อเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสกับเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ ของคนที่มีเชื้อ เพราะบางครั้งอาจสัมผัสแล้วเผลอรับประทานเข้าไป ก็ทำให้ติดเชื้อได้ กลุ่มเสี่ยงของโรคเฮอร์แปงไจน่าส่วนมากจะเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 10 ขวบ และเจอในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กยังไม่มีภูมิต้านทานของเชื้อนี้ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่รวมกันในโรงเรียนอนุบาล มักเล่นของเล่นรวมกัน หยิบจับสิ่งของรวมกัน จึงมีโอกาสติดต่อได้ง่าย โดยตัวเชื้อจะอยู่ได้นานในอากาศเย็นและชื้น จึงระบาดมากในฤดูฝน แต่ก็สามารถพบได้ในทุกฤดู

เฮอร์แปงไจน่า

โดยทั่วไปแล้วโรคเฮอร์แปงไจน่าจะไม่รุนแรง แต่ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเจอได้จากโรคนี้ เช่น การอักเสบของก้านสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้อามเนื้อหัวใจอักเสบ และอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวเจอได้ไม่บ่อยนัก

สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ สามารถทานอาหารได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเด็กคนไหนเป็นมาก ไม่ยอมทานไม่ยอมกลืนอาหาร ควรหาของอ่อนๆ ให้เด็กทาน การรักษายังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสตัวนี้ แต่จะใช้วิธีการให้ยาลดไข้ และยาทาเพื่อรักษาแผลในปาก เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ โดยทั่วไปสามารถหายได้เอง เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องภาวะแทรกซ้อน ถ้าหากเด็กรับประทานอาหารไม่ได้ หายใจหอบ หรือชัก ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

วิธีป้องกันโรคคือพยายามให้อยู่ห่างคนที่มีเชื้อเอาไว้ หากลูกไม่สบายควรให้หยุดเรียน และควรปลูกฝังนิสัยลูกให้ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยอยู่เสมอ ควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และควรล้างมือให้สะอาดหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้งด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาด

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ทำความรู้จัก โรคมือปากเท้า อันตราย!! แฝงมากับหน้าฝนนี้

ขออนุญาตใช้เนื้อหา