จาม ตัวร้อน ปวดศีรษะ วิธีการดูแลตัวเอง วิธีการรักษาไขหวัด หนาวสั่น เป็นหวัด โรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ ไอ

โรคไข้หวัด กับ โรคไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร มาหาคำตอบ!!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / โรคไข้หวัด กับ โรคไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร มาหาคำตอบ!!

ช่วงนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวฝนตก เพราะฉะนั้นหากร่างกายของเราไม่แข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานไม่เพียงพอ ย่อมทำให้เราป่วยได้ง่าย โดยโรคส่วนใหญ่ที่มักเป็นก็คือ โรคไข้หวัด และ โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังสงสัยอยู่บ้างว่า 2 โรคนี้มีความหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาพาหาคำตอบกันค่ะ

ผศ.ดร.เพิ่มศิริ นิติมานพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย มหาวิทยาลัยพิษณุโลก อธิบายว่า โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัส สามารถติดต่อกันได้ง่าย เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ปาก และตา เชื้อเหล่านี้อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ที่ไอ จามออกมา นอกจากนี้เชื้อยังอาจติดอยู่กับภาชนะ ของใช้หรือพื้นผิวที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย โรคนี้สามารถแพร่กระจายอย่างกว้างขวางได้ในที่ที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ และอากาศไม่ถ่ายเท

ไข้หวัด หรือ ไข้หวัดใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

อาการของไข้หวัดจะเริ่มด้วยการมีไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บหรือ แสบคอ อาจมีอาการหนาวสั่นด้วย สำหรับผู้ป่วยที่เป็น ไข้หวัดใหญ่นั้น จะมีอาการรุนแรงกว่า คือ ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะและเวียนศีรษะมาก ปวดตามกระดูก กล้ามเนื้อ และมักมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย ถ้าพักผ่อนอย่างเพียงพอ และได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยจะหายจากโรคนี้ได้ภายใน 5-7 วัน

โรคไข้หวัด

บางรายอาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคปอดบวม หลอดลมอักเสบ คออักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายมากโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน โรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด ปอดเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไต เบาหวาน โรคที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ธาลัสซีเมีย โรคลมชัก ความผิดปกติทางระบบประสาท ผู้ที่มีอายุต่ำ ว่า 18 ปี ที่กำลังกินยาแอสไพริน รวมทั้งเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

5 วิธีเบื้องต้น ดูแลตัวเองให้ปลอดภัย ห่างไกลจากไข้หวัด

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือคลุกคลีกับผู้ป่วย

ถ้ามีผู้ป่วยในบ้าน ควรแนะนำให้ปิดปากด้วยผ้า หรือกระดาษเช็ดหน้า เวลาไอ หรือจาม รวมทั้งไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย เช่น จาน ช้อนส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ

2. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่

หลังจากสัมผัสกับผู้ป่วย หรือข้าวของเครื่องใช้ในที่สาธารณะ เช่น การสัมผัสลูกบิดประตู ราวโหนรถเมล์ หรือราวบันได ควรล้างมือ หรือทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์เจล

โรคไข้หวัด

3. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

เนื่องจากสถานที่ที่แอดอัด มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก สามารถทำให้เราติดและรับเชื้อไวรัสจากผู้ป่วยได้ง่าย

4. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพออีกด้วยนะ

5. เมื่อเริ่มมีอาการไข้หวัดใหญ่ ควรนอนพักมากๆ และดื่มน้ำบ่อยๆ

หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังป่วยเป็นโรคไข้หวัด หรือไข้หวัใหญ่ เราควรที่จะดูแลตัวเองมากๆ นอนพักและดื่มน้ำบ่อยๆ ถ้าตัวร้อนมาก กินยาลดไข้และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ควรรีบพบแพทย์จะดีที่สุดนะจ๊ะ

อย่างไรก็ตาม การหมั่นดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพราะร่างกายจะมีภูมิต้านมากพอที่จะต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้ หากร่างกายอ่อนแอ จะง่ายต่อการติดเชื้อมากๆ ทั้งนี้ควรติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด และ ไข้หวัดใหญ่ เพื่อหาทางป้องกัน รวมถึงรักษาในกรณีที่เราหรือคนรอบข้างเกิดป่วยขึ้นมาค่ะ

 

เรื่องโดย : นายฉัตร์ชัย นกดี team content www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา