ปวดตา น้ำตาไหล สงสัยว่าจะเป็น โรคตาแดง หรือเปล่า ตามมาดู!!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ปวดตา น้ำตาไหล สงสัยว่าจะเป็น โรคตาแดง หรือเปล่า ตามมาดู!!
จักษุแพทย์ ตาแดง ปวดตา ยาหยอดตา วิธีการป้องกัน สายตามัว เชื้อไวรัส adenovirus เยื่อบุตา โรคตาแดง

เคยได้ยินที่ผู้ใหญ่พูดกันไหมว่า “ถ้าเจอเพื่อนที่ป่วยเป็น โรคตาแดง ให้เราแลบลิ้นใส่แล้ว จะไม่เป็นตาม” จริงๆ แล้วโรคตาแดงมันเกิดขึ้นได้อย่างไร อันตรายมากน้องแค่ไหน แล้วเราจะมีวิธีป้องกันมันอย่างไรบ้าง มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ

โรคตาแดง ในช่วงหน้าฝนนี้เกิดจาก “เชื้อไวรัส adenovirus” ที่นอกจากจะทำให้เกิดโรคตาแดงแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคของทางเดินหายใจ กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้

โรคตาแดง

การระบาดของ โรคตาแดง

พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย มักเกิดระบาดในกลุ่มชุมชน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ที่ทำงาน สถานเลี้ยงเด็ก การติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งเกิดได้ง่ายมากและเมื่อเกิดขึ้นแล้วมักจะระบาดลุกลามอย่างรวดเร็ว ติดต่อโดย

  • การสัมผัสน้ำตาของผู้ที่เป็นโรคตาแดง แล้วนำมือที่เปื้อนนั้นมาสัมผัสตาตนเอง
  • ได้รับเชื้อที่กระจายอยู่ในอากาศ หรือจากสระว่ายน้ำ

โดยปกติแล้ว เชื้อจะใช้เวลาฟักตัว 1-2 วันก่อนแสดงอาการ ในผู้ที่เป็นโรคตาแดง จะสามารถตรวจพบเชื้อก่อโรคบริเวณตา และในลำคอได้ตั้งแต่วันแสดงอาการ จนถึง 14 วันหลังจากเริ่มมีอาการ

ระวัง…สัญญาณอันตราย!!

เมื่อเริ่มรู้สึกระคายเคืองตา ปวดเล็กน้อยในเบ้าตา น้ำตาไหล เปลือกตาบวม ต่อมน้ำเหลืองหน้าหูโตและกดเจ็บ เยื่อบุตาจะค่อยๆ แดงขึ้นเรื่อยๆ จนแดงก่ำ บางรายอาจพบการบวมของเยื่อบุตาเป็นลักษณะบวมน้ำ หากพลิกดูบริเวณเปลือกตาด้านใน จะพบลักษณะเป็นเม็ดขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป อาการมักเริ่มจากตาข้างหนึ่ง แล้วลามไปยังตาอีกข้างหนึ่งได้ภายใน 2-3 วัน อาจมีการอักเสบของกระจกตาร่วมด้วย เนื่องจากเชื้อไวรัสลามไปที่กระจกตาหรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตาและสายตามัวลงได้

โรคตาแดง

วิธีการรักษา

ส่วนใหญ่อาการจะหายไปเองภายใน 1-3 สัปดาห์โดยไม่มีผลแทรกซ้อนใดๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20-50 อาจตรวจพบจุดขาวๆ ที่กระจกตาได้นานเป็นเดือน ซึ่งอาจทำให้สายตามัวลงหรือเห็นสู้แสงไม่ได้ เกิดเป็นพังผืดดึงรั้งที่เยื่อบุตาได้ เนื่องจากความรุนแรงของโรคตาแดงมีหลายระดับ ผู้ที่มีอาการทุกรายควรได้รับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์ตั้งแต่เมื่อเริ่มมีอาการ หากอาการไม่รุนแรงและกระจกตาดูปกติ อาจใช้เพียงการประคบเย็น ร่วมกับหยอดยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

หากตาแดงมาก หรือมีการอักเสบที่กระจกตาจากเชื้อไวรัส แพทย์อาจแนะนำให้หยอดยาในกลุ่ม steroid เพื่อลดอาการระคายเคืองตาและช่วยให้อาการเยื่อบุตาอักเสบหายเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ยาหยอดตา steroid ติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ เนื่องจากอาจเกิดผลแทรกซ้อน ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรีย และความดันตาสูง เป็นต้น

โรคตาแดง

ทำอย่างไรถึงจะหายเร็ว

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องป้องกันไม่ให้โรคแพร่กระจายจากตนเองไปสู่ผู้อื่น โดย

  • หยุดเรียนหรือพักงานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ไม่อยู่ในที่ชุมชน
  • ใช้กระดาษนุ่มซับน้ำตา หรือขี้ตา แล้วทิ้งในถังขยะที่มิดชิด (ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า เนื่องจากจะเก็บสะสมเชื้อไว้และติดต่อไปยังผู้อื่นได้)
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากจับบริเวณใบหน้าและตา เนื่องจากเชื้อไวรัสติดต่อโดยการสัมผัสมากที่สุด การล้างมือจะช่วยระงับการกระจายเชื้อได้อย่างดี

เราจะป้องกันโรคตาแดงได้อย่างไร

  • ไม่นำมือที่ไม่สะอาดมาจับหรือขยี้ตา ล้างมือทุกครั้งก่อนจับบริเวณตา
  •  ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้ที่เป็นโรคตาแดง

ข้อควรระวัง ! … ยาหยอดตาบางชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงทั้งต่อ ดวงตา หรือต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้นควรใช้ต่อเมื่อจักษุแพทย์สั่ง อ่านฉลากกำกับให้ละเอียด หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติใดๆ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

“รักษาสุขอนามัยมือ งดหยิบของใช้ร่วมกัน ช่วยป้องกันตาแดง”

 

ขอบคุณที่มาจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา