ไข้เลือดออก ภัยเงียบช่วงหน้าฝน รู้วิธีป้องกันก่อนเป็นอันตรายถึงชีวิต!!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ไข้เลือดออก ภัยเงียบช่วงหน้าฝน รู้วิธีป้องกันก่อนเป็นอันตรายถึงชีวิต!!
ปวดศีรษะ พบแพทย์ มีไข้ ยุง ยุงลาย อาเจียน เบื่ออาหาร โรคไข้เลือดออก ไข้เลือดออก

ตอนนี้เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก ทุกคนควรระมัดระวังเรื่องสุขภาพของตัวเองกันด้วยนะคะ โดยเฉพาะในช่วงนี้ สิ่งที่มักแฝงตัวมากับหน้าฝนเลยก็คือ โรคไข้เลือดออก เพราะเมื่อฝนตกแล้วก็จะทำให้เกิดน้ำขังขึ้นหลายแหล่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเพาะพันธุ์ยุง แล้วรู้หรือไม่ว่าโรคไข้เลือดออกนั้นสามารถเป็นกันได้ทุกเพศทุกวัย แถมเป็นแล้วก็สามารถกลับมาเป็นอีกได้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับโรคไข้เลือดกัน ตามมาเลยค่ะ

เชื้อไข้เลือดออก เป็นเชื้อที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วที่สุดในโลก โดยมีรายงานออกมาว่าแล้วว่าเมื่อปี พ.ศ. 2559 ในบ้านเรามีผู้ป่วยไข้เลือดออกถึง 63,310 ราย เสียชีวิต 61 ราย  และในปี พ.ศ. 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 9 พ.ค. มีผู้ป่ววยเป็นไข้เลือดออกแล้ว 9,717 ราย เสียชีวิต 14 ราย ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

สาเหตุและการแพร่ระบาดของเชื้อไข้เลือดออกในเมืองใหญ่

ไข้เลือดออกเกิดมาจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่งผลให้โรคนี้มีการระบาดได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้มีการแพร่ระบาดและขยายพื้นที่เกิดโรคออกไปได้อย่างกว้างขวาง ได้แก่ การเพิ่มของจำนวนประชากร โดยเฉพาะการที่มีชุมชนเมืองเพิ่มมากขึ้น มีการเคลื่อนไหวของประชากร และมียุงลายมากขึ้น ตามจำนวนการเพิ่มของภาชนะขังน้ำที่คนเป็นผู้ทำขึ้น

ยุงลายพาหะนำโรคไข้เลือดออก

ยุงลายมีเพียง 2 สกุลที่สามารถนำโรคไข้เลือดออกได้ คือ ยุงลายบ้าน และยุงลายสวน โดยยุงลายบ้านจะอาศัยอยู่ในบริเวณบ้าน ที่เป็นพาหะนำโรค เพาะพันธุ์ในภาชนะน้ำใส นิ่ง ส่วนยุงลายส่วนนั้นจะอาศัยอยู่ในป่า หรือสวน เพาะพันธุ์ตามกายไม้ ใบไม้ ตอไม้ที่มีน้ำขังจากฝนที่ตกลงมา ซึ่งยุงลายจะชอบกัดคนในเวลากลางวัน โดยจะเป็น 2 ช่วงเวลา คือ 9.00 – 11.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. และหลายคนอาจจะเข้าใจว่ายุงลายชอบอาศัยอยู่ในท่อ หรือน้ำเน่าเสีย แต่ความจริงแล้วยุงลายเป็นยุงสะอาด ที่อาศัยอยู่ในภาชนะน้ำใส นิ่ง บริเวณบ้านของคุณต่างหากล่ะ

ไข้เลือดออก

คนเราสามารถเป็นไข้เลือดออกได้ถึง 4 ครั้ง

หลายคนอาจเข้าใจว่าไวรัสไข้เลือดออกมีเพียงชนิดเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วมีถึง 4 ชนิดด้วยกัน โดยแต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างกันออกไป เมื่อร่างกายได้รับไวรัสชนิดที่ 1 แล้ว ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดที่ 1 เพียงชนิดเดียว ส่งผลให้เราสามารถติดเชื้อไข้เลือดออกได้อีกถึง 3 ชนิด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่คนๆ เดียว จะสามารถติดเชื้อได้ถึง 4 คร้้ง  และอาการป่วยจะรุนแรงขึ้น หลังจากที่เคยติดเชื้อครั้งแรกมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสเป็นไข้เลือดออกชนิดรุนแรง เพียงแค่คุณติดเชื้อครั้งแรกเท่านั้น!

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นไข้เลือดออก?

1. ไข้สูงลอย พบว่าไข้จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ค่อยลดลง

2. ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร

3. หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหน้า เจ็บชายโครงด้านขวา

4. มักจะไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัดทั่วไป ที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่ว่าจะเป็นไข้เลือดออกและไข้หวัดพร้อมกัน ก็อาจจะมีทั้งอาการไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก

ไข้เลือดออก

ทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าตนเองนั้นมีโอกาสที่จะเป็นไข้เลือดออก

1. รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และหากพบว่าเป็นไข้เลือดออกแล้ว ในช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 ผู้ป่วยซึมลง ไม่สามารถดื่มหรือทานอาหารได้ ให้รีบกลับมาหาแพทย์เพื่อเข้ารีบการรักษาทันที

2. หากจำเป็นต้องใช้ยาลดไข้ ควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามใช้ยาแอสไพริน หรือกลุ่มยาเอ็นเสด เช่น ไอปูโปรเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายมากขึ้น

3. ควรทานแต่อาหารอ่อนๆ งดอาหารที่มีสีคล้ายเลือด เช่น แตงโม เพราะเมื่อเวลาอาเจียนจะแยกไม่ออก

ป้องกันตัวเองอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นไข้เลือดออก

1. ไข้เลือดออกไม่มีทางรักษา แต่มีวิธีช่วยด้วยการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น ระวังไม่ให้ยุงกัด และช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

2. ยุงลายทุกตัว รวมถึงตัวที่เป็นพาหะนำโรค มักชอบบินมากัดทางด้านหลังข้อเท้าและข้อศอก โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นเราต้องระมัดระวัง ป้องกันไม่ให้โดนยุงกัด ด้วยการทาหรือฉีดยากันยุง ใช้สเปรย์ฉีดยุงชนิดกระป๋องเพื่อกำจัดยุงภายในบ้าน ใช้ไม้ตียุง ยาจุดกันยุง หรือนอนในมุ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด

3. การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงนั้นเป็นวิธีที่ง่าย และได้ผลลัพธ์ที่ดีในการลดจำนวนยุงพาหะ ทุกคนสามารถทำได้ด้วยการปิดภาชนะให้มิดชิด เทน้ำทิ้งเมื่อไม่ใช้ หมั่นเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ ปล่อยปลากินลูกน้ำ เก็บเศษภาชนะที่ไม่ใช้ไปทิ้ง เพื่อไม่ให้มีน้ำขัง เทน้ำในจานรองกระถางต้นไม้ แจกัน เปลี่ยนน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ และใช้สารเคมีกำจัดลูกน้ำในภาชนะที่ไม่สามารถเทน้ำทิ้ง หรือเปลี่ยนน้ำได้บ่อยๆ

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคอันตรายชนิดหนึ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น หากเป็นขึ้นมาแล้วนอกจากเราจะเสียโอกาสในการเรียน การทำงาน หรือการร่วมกิจกรรมต่างๆ แล้ว มันยังเป็นอันตรายที่สามารถทำให้เราเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้นเราควรระมัดระวัง และดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง รวมถึงช่วยกันสอดส่องและทำลายแหล่งเพาะกันธุ์ยุงลาย เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราปลอดภัย ห่างไกลโรคไข้เลือดออกแล้วล่ะค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตใช้เนื้อหา