10 วิธีรักษาโรคกระเพาะ ที่คนเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน!

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / 10 วิธีรักษาโรคกระเพาะ ที่คนเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน!

ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่บนความเร่งรีบต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะรีบไปเรียน รีบไปทำงาน หรือรีบไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้เราอาจละเลยการทานอาหารไปบ้าง ทานไม่ตรงเวลาบ้าง พอรู้ตัวอีกทีก็เลยเวลามื้ออาหารนั้นๆ ไปเสียแล้ว รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมที่ดูเหมือนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจส่งผลให้คุณกลายเป็น ‘โรคกระเพาะ’ ได้โดยไม่รู้ตัว?

โรคกระเพาะ มักมีอาการปวดแสบ ปวดแบบจุกเสียด บริเวณใต้ลิ้นปี่ อาการปวดเหล่านี้ สามารถเป็นได้ทั้งก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร รวมถึงเมื่อเวลาท้องว่างด้วย โดยอาการปวดนั้นเกิดขึ้นมาจากภาวะมีกรดในกระเพาะอาหารมาก กรดนี้จะไประคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผลที่ผนังของกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กตอนบน ซึ่งอาการปวดนั้นจะเป็นๆ หายๆ หรือมักจะปวดนานติดต่อกัน 15-30 นาที โดยเราสามารถทานยาลดกรด ทานข้าว หรือดื่มน้ำ เพื่อบรรเทาอาการปวดนั้นได้

คนที่เป็นโรคกระเพาะหากไม่ดูแลตัวเองให้ถูกต้อง ก็จะส่งผลอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ในภายหลัง เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร กระเพาะลำไส้เป็นแผลทะลุ กระเพาะลำไส้ตีบตัน เป็นต้น ดังนั้นคนที่เป็นโรคกระเพาะ ควรปฏิบัติตนดังต่อไปนี้

1. ทานอาหารให้ตรงเวลา

ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก หากเราทานอาหารตรงต่อเวลา น้ำย่อยและกรดที่หลั่งออกมา ก็จะทำหน้าที่ในการย่อยอาหารแทนที่จะมากัดหรือทำลายเยื้อบุกระเพาะของเรา

2. ทานอาหารที่ย่อยง่ายและทานให้ครบ 5 หมู่

หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกของทอด หรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมันมากๆ เพราะอาหารประเภทนี้จะย่อยยาก ให้ทานอาหารจำพวกข้าว หรือแป้งแทน สำหรับเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย ได้แก่ ปลา กุ้ง ไก่ และที่สำคัญให้เคี้ยวอาหารอย่างละเอียดก่อนกลืน

3. ทานอาหารในปริมาณที่พอดี

เราไม่ควรทานอาหารมากจนเกินไป เพราะจะทำให้กระเพาะของเราทำงานหนักขึ้น เมื่อทานอาหารเสร็จให้นั่งหรือยืนไว้ก่อนเป็นวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการทานจุกจิก เพราะจะทำให้ร่ายกายกระตุ้นการหลั่งกรดและน้ำย่อยออกมา ซึ่งจะทำให้แผลในกระเพาะหายช้าลง

4. หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการผลิตน้ำย่อย

อาหารบางประเภทสามารถกระตุ้นการทำงานของน้ำย่อยได้ดี เช่น อาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือหวานจัด ของดอง ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลังชนิดต่างๆ เราควรหลีกเลี่ยงจนกว่าอาการจะหายขาดเป็นปกติ หรือหากเป็นไปได้ให้ลดปริมาณในการทานลง เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นโรคกระเพาะอีก

5. งดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป จะส่งผลให้ระคายเคืองต่อเยื่อบุทางเดินอาหารได้ ที่สำคัญไม่ควรดื่มในขณะที่ท้องว่างเด็ดขาด

6. เลิกหรือลดการสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่มีผลทำให้แผลในกระเพาะนั้นหายช้าลง และมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้มากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่

7. ผ่อนคลาย ไม่เครียด

เคยได้ยินคนพูดว่าเครียดจนลงกระเพาะมาบ้างใช่ไหมล่ะ? เพราะฉะนั้นเราควรหากิจกรรมอื่นๆ ทำเพื่อเป็นการผ่อนคลายสมอง จิตใจ และตัวของเราเอง เช่น การวาดภาพ ร้องเพลง หรือออกกำลังกาย เป็นต้น

8. ทานยาเมื่อมีอาการ

เมื่อมีอาการปวดในลักษณะของการเป็นโรคกระเพาะ ให้ทานยาจำพวกยาลดกรด ยาเคลือบเยื่อบุกระเพาะ หรือแม้กระทั่งสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน กล้วย ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ซึ่งยาพวกนี้สามารถบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ และควรทานยาติดต่อกันเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ เพื่อรักษาอาการปวดและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีก

9. หลีกเลี่ยงการทายาแก้ปวดทุกชนิด

หากมีความจำเป็นต้องใช้ยารักษาโรคกระดูก ไขข้ออักเสบ ก็ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ซึ่งอาจจำเป็นต้องกินยาป้องกันโรคกระเพาะร่วมไปด้วย

10. ระมัดระวังเรื่องการทานอาหาร

ถึงแม้ว่าอาการจะหายขาดไปแล้ว แต่เราก็ยังคงต้องใส่ใจเรื่องการทานอาหารเป็นพิเศษ เพราะเราอาจจะกลับมาเป็นซ้ำอีกก็ได้ หากยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทานของเราเอง

อุปนิสัยการทานอาหารที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะลงได้ เพราะฉะนั้นสำหรับใครที่ยังใช้ชีวิตแบบเร่งรีบจนลืมทานอาหารไป ลองเปลี่ยนมาใส่ใจสุขภาพของตนเองสักนิด จะได้ไม่ต้องกังวลกับโรคที่จะมากวนใจเราอีกต่อไป

ที่มา : www.doctor.or.th

เรียบเรียงโดย Women Mthai Team

ขออนุญาตใช้เนื้อหา