6 โรคอันตราย ภัยเงียบแฝงหน้าร้อนที่ต้องระวัง! รู้ก่อน ป้องกันได้

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / 6 โรคอันตราย ภัยเงียบแฝงหน้าร้อนที่ต้องระวัง! รู้ก่อน ป้องกันได้
บิด อหิวาตกโรค อันตราย โรค โรคพิษสุนัขบ้า โรคอันตรายในหน้าร้อน โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ไทฟอยด์
ฤดูร้อนได้เดินทางเข้ามาสู่บ้านเราอย่างเต็มตัวซะแล้วล่ะ ในสเตตัสบนโซเชียลมีเดียของแต่ละคน ก็จะโพสต์เกี่ยวกับเรื่องอากาศแตกต่างกันออกไป แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่น่าห่วงมากกว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกวันๆ ก็คือโรคอันตรายที่แฝงตัวมากับหน้าร้อน เพราะในหน้าร้อนเชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่นในอาหาร หรือเครื่องดื่ม เป็นต้น หากไม่ระมัดระวังเรื่องความสะอาดแล้ว อาจส่งผลให้เราเจ็บป่วย หรือเป็นโรคต่างๆ ตามมาได้ง่าย
โรคที่มักเกิดในฤดูร้อนพบได้บ่อยทุกปี มี 6 โรค ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Diarrhea) โรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) บิด (Dysentery) ไทฟอยด์ (Typhoid) อหิวาตกโรค (Cholera) และโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
1. โรคอุจจาระร่วง เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปโตซัว พยาธิ ทำให้มีการถ่ายอุจจาระเหลว ถ่ายเป็นมูกเลือด

อาหาร

2. โรคอาหารเป็นพิษ สามารถติดต่อโดยการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ มักพบในอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีอยู่ทั้งในเนื้อสัตว์ ไข่ รวมทั้งอาหารกระป๋อง อาหารทะเล นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หรืออาหารที่ปรุงทิ้งไว้เป็นเวลานาน อาการที่พบ มักมีไข้ ปวดท้อง เชื้อที่ได้รับสามารถทำให้เกิดการอักเสบที่กระเพาะอาหารและลำไส้ ปวดท้อง ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง หรือการติดเชื้อจากอวัยวะอื่น เช่น ข้อกระดูก ถุงน้ำดี หัวใจ ปอด ไต เยื่อหุ้มสมอง ไปจนถึงโลหิตเป็นพิษ ถ้าเกิดในทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ จะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้
3. โรคบิด เกิดจากแบคทีเรียหรืออะมีบา ติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร ผักดิบ น้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค อาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระบ่อย อุจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือด มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่ง
4. อหิวาตกโรค เกิดจากเชื้ออหิวาตกโรค ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียติดต่อจากอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปน จะเกิดอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง และมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว เช่น กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ปัสสาวะน้อย ชีพจรเต้นเร็ว อาจเกิดภาวะช็อก หมดสติจากการเสียน้ำ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงตายได้
5. ไข้ไทฟอยด์หรือ ไข้รากสาดน้อย ติดต่อจากอาหารและน้ำที่ถูกปนเปื้อน ทำให้มีไข้ ปวดหัว เมื่อย เบื่ออาหาร อาจท้องผูกหรือท้องเสีย อาจมีเชื้อปนออกมากับอุจจาระและปัสสาวะเป็นครั้งคราว และเป็นพาหะนำโรคได้ โรคติดต่อทางอาหารและน้ำส่วนใหญ่เชื้อจะติดต่อทางการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม ควรรับประทานอาหารสุขใหม่ ไม่รับประทานอาหารที่มีแมลงวันตอม การรักษาเริ่มแรก ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (โออาร์เอส) ในสัดส่วนที่ถูกต้อง คือ ผสมน้ำตาลเกลือแร่ 1 ซอง ผสมน้ำสุกที่เย็น 1 แก้ว ให้ดื่มบ่อยๆ และควรดื่มน้ำและอาหารเหลว เช่น น้ำชา น้ำข้าว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ หรือข้าวต้มหากมีอาเจียนมากขึ้น ไข้สูงชัก ควรนำส่งแพทย์โดยเร็ว
คลื่นไส้อาเจียน
6. โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ มักเกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน ส่วนใหญ่พบในสุนัข แมว ติดต่อได้ทั้งการโดนกัด หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก หรือน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าตา ปาก จมูก หากถูกกัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่หรือน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำและฉีดวัคซีนป้องกัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการภายใน 15-60 วัน บางรายอาจนานเป็นปี โรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มียารักษา ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทุกรายภายใน 2-7 วัน หลังแสดงอาการ จึงต้องรีบให้วัคซีนทันทีเมื่อได้รับเชื้อ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบทันที เพื่อเข้าควบคุมโรคในพื้นที่
รู้แบบนี้แล้ว คงต้องหันมาใส่ใจ และระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอาหารการกินกันสักหน่อยแล้วล่ะ เราควรทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หรือหากต้องการทานอาหารที่ทำทิ้งไว้สักพักแล้ว ให้นำมาอุ่นให้ร้อนก่อนทานอีกครั้ง เมื่อต้องทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ให้ใช้ช้อนกลางในการตักอาหารแทนการใช้ช้อนส่วนตัวเสมอ รวมถึงล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีของตัวเราเองนะจ๊ะ
ที่มา : www.pr.prd.go.th
ขออนุญาตใช้เนื้อหา