ระวัง! อาหารคลายร้อนเสี่ยงท้องร่วง เลือกให้ดีก่อนซื้อมาทาน

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ระวัง! อาหารคลายร้อนเสี่ยงท้องร่วง เลือกให้ดีก่อนซื้อมาทาน
ของกิน คลื่นไส้ ท้องร่วง น้ำ น้ำเย็น น้ำแข็ง หน้าร้อน อากาศร้อน อาหาร อาหารคลายร้อน อาเจียน โรคอุจจาระร่วง ไอศกรีม

ช่วงที่อากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนก็คงหันไปหาของกินที่ช่วยดับกระหาย หรือ อาหารคลายร้อน อย่างน้ำเย็น น้ำแข็ง รวมถึงไอศกรีม แต่รู้กันหรือไม่ว่าอากาศแบบนี้แหล่ะยิ่งต้องระวัง เพราะหากเราเลือกทานอาหารที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเป็นโรคอุจจาระร่วงได้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “อย.” ได้มีการกำกับดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหารมาโดยตลอด เพราะหากขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษาไม่ดี อาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ และมักพบบ่อยในช่วงหน้าร้อน ได้แก่ เชื้อซัลโมเนลล่า, วิบริโอ, อีโคไล และสแตฟฟิโลคอคคัส ออเรียส เป็นต้น อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และโรคอุจจาระร่วง

สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการทานน้ำ น้ำแข็ง หรือไอศกรีม ควรระมัดระวังในการเลือกเป็นพิเศษ น้ำดื่มควรเลือกแบบที่ภาชนะมีฝาปิดสนิท ไม่รั่วซึม มีรอยสกปรก หรือมีการเปิดใช้มาแล้ว ซึ่งน้ำที่บรรจุอยู่ในขวดต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสี กลิ่น รสที่ผิดปกติ โดยร้านค้าที่จำหน่ายจะต้องไม่วางน้ำดื่มตากแดดและไม่เก็บในที่ร้อน

น้ำแข็งควรสังเกตรายละเอียดบนฉลาก โดยจะต้องมีข้อความว่า “น้ำแข็งใช้รับประทานได้” ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน โดยถุงที่ใช้บรรจุก็จะต้องสะอาด ปิดผนึกแน่นหนา ไม่ฉีกขาด และน้ำแข็งต้องใสสะอาด ไม่มีคราบ สี หรือกลิ่นที่ผิดปกติ ไม่มีฝุ่นผงรวมถึงสิ่งแปลกปลอมในก้อนน้ำแข็ง และที่สำคัญต้องไม่เก็บรวมกับอาหารประเภทอื่น

ส่วนไอศกรีม เราสามารถสังเกตได้จากภาชนะที่ใช้บรรจุต้องสะอาดและปิดสนิท ไม่ฉีกขาด ไอศกรีมไม่รั่วซึมออกมา และตัวไอศกรีมต้องไม่มีสี กลิ่น รส ที่ผิดปกติ และไม่เหลวหรือมีลักษณะเหมือนเคยละลายมาแล้ว

การเลือกซื้ออาหารเหล่านี้ ผู้บริโภคสามารถสังเกตได้จากรายละเอียดบนฉลากของผลิตภัณฑ์ เช่น วันเดือนปีที่ผลิตสินค้า วันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อน รวมถึงเครื่องหมาย อย. เป็นต้น นอกจากนี้เราควรดูลักษณะของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อว่ามีความสะอาด สามารถทานได้หรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพเราเองนะคะ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา