นอน นอนคว่ำ นอนคว่ำหน้า นอนตะแคง นอนตะแคงขวา

6 เหตุผลที่คุณไม่ควร นอนตะแคงขวา หรือ นอนคว่ำหน้า อีกต่อไป!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 6 เหตุผลที่คุณไม่ควร นอนตะแคงขวา หรือ นอนคว่ำหน้า อีกต่อไป!!

อาการป่วยเรื้อรังอย่างกรดไหลย้อนและอาการปวดหลังอาจเกิดจากการนอนที่ผิดท่า และนี่คือเหตุผลที่เราควรเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน ใครที่ชอบ นอนตะแคงขวา หรือ นอนคว่ำหน้า เป็นประจำถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนท่านอนแล้วล่ะ

นอนตะแคงขวา

1. ทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อน

การนอนตะแคงขวาอาจทำให้เกิดปัญหาต่อร่างกายเพราะจะทำให้เป็นกรดไหลย้อน กระเพาะอาหารของคนเราจะอยู่เหนือหลอดอาหารทำให้หูรูดหลอดอาหารเปิดออกได้ จึงเกิดอาการแสบร้อนกลางอก จนนำไปสู่โรคกรดไหลย้อน

นอนตะแคงขวา

2. ส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลังและหลัง

การนอนตะแคงส่งผลต่ออาการปวดหลังเรื้อรัง เพราะกระดูกสันหลังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติจึงทำให้รู้สึกปวดเมื่อยมากขึ้น ดังนั้นจึงควรใช้หมอนมาหนุนระหว่างขาเพื่อให้กระดูกสันหลังและสะโพกอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน ก็จะทำให้ไม่เกิดการคดงอของกระดูกสันหลังและบรรเทาอาการปวดหลังได้

นอน

3. ปวดคอเรื้อรัง

การนอนตะแคงอาจทำให้เกิดปัญหาปวดคอเรื้อรัง เนื่องจากศีรษะและกระดูกสันหลังของคุณไม่อยู่ในแนวระนาบเดียวกัน พฤติกรรมการนอนที่ไม่ดีแล้วยังทำอย่างต่อเนื่องจึงนำไปสู่อาการปวดคอเรื้อรังนั่นเอง

นอนตะแคงขวา

4. สร้างแรงกดทับให้กับทารกมากขึ้น

ใครที่กำลังจะเป็นคุณแม่คุณควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับพฤติกรรมการนอนหลับของคุณ เพราะอาจส่งผลต่อลูกน้อยได้ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในช่วงบริเวณลำตัวของร่างกายส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อกระดูกสันหลังมากเกินไป แพทย์จึงแนะนำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงซ้ายเนื่องจากตำแหน่งนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและทำให้ระดับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นจึงดีต่อทั้งแม่และเด็ก

นอน

5. เกิดริ้วรอยบนใบหน้า

การนอนตะแคงข้างส่งผลให้ผิวหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทางที่ดีที่สุดจึงควรนอนหงายก็จะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ เพราะใบหน้าของคุณไม่ได้ถูกกดทับไปบนหมอน

นอน

6. เพิ่มแรงกดทับที่เต้านม

ผู้เชี่ยวชาญพบว่าหากคุณนอนในท่านอนคว่ำจะทำให้เกิดแรงกดทับบริเวณหน้าอกซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ แต่ในทางกลับกันการนอนตะแคงข้างอาจส่งผลทำให้เต้านมหย่อนคล้อยเนื่องจากแรงโน้มถ่วงตามธรรมชาตินั่นเอง

ที่มาจาก https://brightside.me/

ขออนุญาตใช้เนื้อหา