ท้องผูก ธัญพืชไทย แก้ท้องผูก

7 ธัญพืชไฟเบอร์สูง แก้ท้องผูกง่ายๆ แถมช่วยลดคอเลสเตอรอล!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 7 ธัญพืชไฟเบอร์สูง แก้ท้องผูกง่ายๆ แถมช่วยลดคอเลสเตอรอล!!

ธัญพืช มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วย โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ ไฟโตนิวเตรียนท์ เส้นใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีไฟเบอร์สูงจึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ และยังช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลได้ดีเยี่ยมอีกด้วย เรามาดูประโยชน์ธัญพืชแต่ละชนิดกันเลย

 

7 ธัญพืชไฟเบอร์สูง แก้ท้องผูก

1. ควินัว

ควินัว
ควินัว

ถูกยกให้เป็นสุดยอดของอาหาร คิวนัวมีแคลอรี่ต่ำและมีเส้นใยอาหารสูงทำให้รู้สึกอิ่มนาน ช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ใยอาหารยังช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก จึงช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวาร

 

2. กราโนล่า

กราโนล่า
กราโนล่า

มีส่วนผสมอย่างธัญพืช ข้าวโอ๊ต และเมล็ดถั่วต่างๆ นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและต้องการลดน้ำหนัก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ป้องกันการท้องผูก เหมาะสำหรับผู้ที่ขับถ่ายยาก แถมดีต่อระบบย่อยอาหาร และยังช่วยลดคลอเรสเตอรอล

 

3. เมล็ดเจีย

เมล็ดเจีย
เมล็ดเจีย

อุดมไปด้วยใยอาหาร โปรตีน กรดไขมันจำเป็นนั่นก็คือกรดลิโนเลนิกซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลไปสะสมที่ผนังหลอดเลือด บำรุงหัวใจ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูงมาก เมล็ดเจีย 100 กรัม มีไฟเบอร์ถึง 34.4 กรัม จึงช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย แก้อาการท้องผูกได้ แถมยังให้แคลอรี่ต่ำอีกด้วย

 

4. ข้าวบาร์เลย์

ข้าวบาร์เลย์
ข้าวบาร์เลย์

ข้าวบาร์เลย์มีเบต้ากลูแคนที่สามารถควบคุมอัตราการย่อยและการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตและไขมัน และมีคุณสมบัติช่วยให้เกิดการลดระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน สามารถลดระดับน้ำตาลกลูโคสได้ดีกว่าทานข้าวทั่วไป อีกทั้งข้าวบาร์เลย์มีทองแดงซึ่งมีสรรพคุณในการต้านการอักเสบและลดอาการของโรคไขข้ออักเสบ

 

5. อัลมอนด์

อัลมอนด์
อัลมอนด์

อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งกรดไขมันชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยช่วยเพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) และ ลดไขมันชนิดเลว (LDL) จึงมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดงเพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด ทั้งยังช่วยทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น

 

6. งาดำ

งาดำ
งาดำ

งาดำมีแคลเซียมสูง ในงาดำ 100 กรัม มีปริมาณแคลเซียมถึง 1,469 มิลลิกรัม และมีสารเซซามิน ซึ่งสารนี้จะช่วยในการยับยั้งการพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์สลายกระดูกที่ให้เกิดโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกพรุนได้ อีกทั้งงาดำมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งที่มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล จึงสามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

 

7. ถั่วแดง

ถั่วแดง
ถั่วแดง

อุดมไปด้วยโปรตีนสูง มีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเส้นใยอาหารช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ ช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ช่วยบำรุงในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

ขออนุญาตใช้เนื้อหา