ปวดข้อมือ ปวดมือ อาการปวดมือ

7 สัญญาณเตือน อาการปวดมือ บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของคุณได้!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 7 สัญญาณเตือน อาการปวดมือ บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของคุณได้!!

หลายคนคงเคยมีอาการนิ้วชาหรือแขนชาอาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว นี่อาจเป็นสัญญาณปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ลองมาดูว่าร่างกายพยายามจะบอกอะไรคุณ?

ความเมื่อยล้า

การที่เราถือของหนักๆ นานเกินไปจะเป็นการกดเส้นประสาทบนฝ่ามือจึงทำให้รู้สึกเจ็บเสียวๆและชา ดังนั้นจึงควรนวดฝ่ามือเพื่อผ่อนคลายและยังช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้นอีกด้วย

ขาดวิตามิน

การขาดวิตามิน เช่น วิตามินอี วิตามินบี1 วิตามินบี6 และวิตามินบี12 มักจะทำให้เกิดอาการเจ็บเสียวแปลบขึ้นมาที่นิ้วซ้ายหรือขาซ้าย ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ที่ชำนาญว่าคุณควรรับประทานวิตามินชนิดไหนเพื่อให้เหมาะสมสำหรับคุณ

ปัญหากระดูกสันหลัง

ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับกระดูกสันหลังสามารถสังเกตได้จากนิ้วก้อยและนิ้วนางมือซ้าย ซึ่งเป็นผลมาจากการนั่งทำงานท่าที่ไม่ถูกต้องนานเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้กระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท ดังนั้นจึงควรยืดหลังบ่อยๆ เช่น การเล่นโยคะ ว่ายน้ำ ยิมนาสติก และควรเลี่ยงหลีกการนั่งท่าเดิมๆเป็นเวลานาน

การกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

โรคพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) มักมีอาการไล่ตั้งแต่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ ไปจนถึงนิ้วกลาง อาการนี้มักเกิดกับผู้ที่ทำงานใช้ข้อมือท่าเดิมๆเป็นเวลานาน จึงส่งผลให้เอ็นบวมขึ้นทำให้เกิดอาการเสียวและชาไปทั้งมือ ดังนั้นควรบริหารมือและข้อมือเพื่อยืดข้อต่อก็จะช่วยป้องกันโรคนี้ได้

ปัญหาของระบบไหลเวียนโลหิต

การเกิดอาการปลายนิ้วชาที่มือขวาอาจเกิดจากการกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือและไหล่ จึงมีอาการเจ็บเสียวแปลบที่มือขวาซึ่งมีผลมาจากระบบไหลเวียนเลือด จึงควรออกกำลังกายโดยการเดินหรือวิ่งเบาๆ ก็จะช่วยให้การหมุนเวียนเลือดทำงานดีขึ้น

โรคเบอร์เกอร์

โรคเบอร์เกอร์ (Buerger’s disease) เป็นโรคหลอดเลือดอักเสบ อาการนี้มักจะเกิดกับคนที่สูบบุหรี่ เป็นโรคที่เกิดจากระบบการไหลเวียนเลือดถูกขัดขวางจากสารนิโคตินอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เส้นเลือดอุดตันที่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชาที่นิ้วมือจากนั้นจะไล่ไปที่แขน ซึ่งยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ ดังนั้นจึงควรเลิกบุหรี่ตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดี

โรคเบาหวาน

สัญญาณแรกของโรคเบาหวานคืออาการเจ็บเสียวแปลบจากปลายเท้าไล่ไปยังแขน ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนเลือดไปยังส่วนต่างๆลดน้อยลง จึงเกิดความเสียหายที่ปลายประสาท วิธีการรักษาคือโรคเบาหวานชนิดที่ 1 รักษาด้วยการฉีดอินซูลิน และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงควรทำการตรวจเลือดและรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ที่มาจาก https://brightside.me/

ขออนุญาตใช้เนื้อหา