ดื่มน้ำน้อย นิ่ว ปวดหลัง ปัสสาวะ

ดื่มน้ำน้อย ปวดเอว ปวดหลังบ่อยๆ ระวังเสี่ยงเป็น โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ดื่มน้ำน้อย ปวดเอว ปวดหลังบ่อยๆ ระวังเสี่ยงเป็น โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ!!

อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า การที่เราดื่มน้ำน้อย มักจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา และถ้าคุณกำลังเป็นคนที่มีอาการปวดบริเวณบั้นเอว หรือหลังอยู่บ่อยๆ หรือปวดๆ หายๆ จนรบกวนการดำเนินชีวิต นั่นอาจกำลังเป็นสัญญาณเตือนของ นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ก็เป็นได้!

นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ คือ ตะกอนที่ตกอยู่ในน้ำปัสสาวะ ซึ่งปกติน้ำปัสสาวะจะเป็นของเหลวและในน้ำปัสสาวะก็จะมีสารหลาย ๆ อย่างที่ละลายอยู่ในน้ำปัสสาวะ สภาวะบางอย่างทำให้สารต่าง ๆ เหล่านี้ตกตะกอนกลายเป็นผลึกและจากหลาย ๆ ผลึกจะรวมกันเป็นก้อนได้ง่ายมากขึ้น โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ สารต่าง ๆ เหล่านั้นมีมากเกินไปในน้ำปัสสาวะ หรือดื่มน้ำน้อยเกินไปทำให้น้ำปัสสาวะน้อยก็จะเอื้อต่อการตกตะกอนของผลึกต่าง ๆ จนกระทั่งกลายเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายมากขึ้น รวมทั้งค่าความเป็นกรดด่างของน้ำปัสสาวะ เช่น น้ำปัสสาวะที่มีความเป็นกรดมากก็จะเอื้อต่อการตกตะกอนของกรดยูริกง่ายมากขึ้น

นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

อาการของโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

อาการค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งและการอุดตันของก้อนนิ่วนั้นๆ ว่ามีการอุดตันมากน้อยแค่ไหน ในกรณีที่เป็นมากที่สุด ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดรุนแรงบริเวณท้องหรือบริเวณหลังหรือในตำแหน่งที่นิ่วอุดตันอยู่ ซึ่งจะเจ็บปวดทุรนทุรายมาก จนกระทั่งทำให้ผู้ป่วยต้องรีบมาพบแพทย์ หรือในผู้ป่วยบางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่สามารถตรวจพบในกรณีที่ผู้ป่วยรับการตรวจสุขภาพ และได้พบว่า ไตได้สูญเสียการทำงานไปแล้ว หรือที่เราเรียกว่า ภาวะไตวาย

วิธีรักษา

หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น แนะนำผู้ป่วยให้มาพบแพทย์ โดยแพทย์จะทำการสอบถามอาการและทำการตรวจร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะจำเป็นจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจเพิ่มเติมที่จะช่วยระบุตำแหน่งหรือขนาดของนิ่ว คือ การทำเอกซเรย์ หรือการทำอัลตราซาวด์ เพื่อจะดูบริเวณการอุดตันของก้อนนิ่วนั้นๆ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีรักษาที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยต่อไป

ในปัจจุบันการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ มีการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ที่หลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของนิ่วที่อุดตันอยู่ในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป

ทำอย่างไรถึงจะไม่เป็นโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

เบื้องต้นในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ อันดับแรก คือ ต้องบริโภคอาหารที่มีสารก่อนิ่วในปริมาณที่ลดลง เช่น สารเนื้อแดง อาหารที่มีรสเค็ม เนื่องจากอาหารดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดสารก่อนิ่วในน้ำปัสสาวะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ จะต้องดื่มน้ำในปริมาณเพิ่มขึ้น เพราะน้ำจะเป็นตัวที่ช่วยลดการตกตะกอนของสารก่อนิ่วได้เป็นอย่างดี โดยปริมาณน้ำดื่มที่แนะนำต่อวันคือประมาณ 2.5 – 3 ลิตร

ที่มา : ผศ.นพ.เอกรินทร์ โชติกวาณิชย์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา