การฝึกวิ่ง ข้อดีของการวิ่ง บาดเจ็บจากการวิ่ง วิ่ง วิ่งครั้งแรก วิ่งถูกวิธี

6 ป้องกัน วิ่งอย่างไรไม่ให้หักโหม เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 6 ป้องกัน วิ่งอย่างไรไม่ให้หักโหม เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

การ วิ่ง เป็นการออกกำลังกายประเภทแรกๆ ที่คนนึกถึง เมื่อต้องการออกกำลังกาย หรือกำลังเริ่มหันมาออกกำลังกาย เนื่องจากมันไม่มีอุปกรณ์ และสามารถทำได้ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ แต่ทั้งนี้การวิ่งก็สามารถมีข้อเสียได้เหมือนกัน หากเราไม่วอร์มร่างกายก่อน หักโหม หรือไม่รู้จักลิมิตของร่างกายตัวเอง ก็อาจส่งเสียต่อสุขภาพได้ วันนี้เราเลยมีคำแนะนำว่า ทำอย่างไรถึงจะไม่หักโหมเวลาวิ่ง ไปดูกันค่ะ…

6 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการหักโหมจากการวิ่ง

1. อย่าฝืนความรู้สึกของตัวเอง

ร่างกายจะเป็นโค้ชและหมอที่ดีดีสุดที่จะบอกเราว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร ดังนั้นหากมีความผิดปกติของร่างกายเกิดขึ้นขณะวิ่งควรหยุด เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้หรือหน้ามืดเป็นลม รู้สึกคล้ายหายใจไม่ทันหรือหายใจไม่ออก ใจสั่น แน่น หน้าอก หรือลมออกหู อาจเกิดจากร่างกายอ่อนแอ อดนอน หรือเจ็บไข้ รวมไปถึงอาจเกิดจากมีอากาศร้อนจัด ไม่ได้ดื่มน้ำและเกลือแร่พอเพียง หากมีอาการเกิดขึ้นควรชะลอความเร็ว เปลี่ยนเป็นเดิน แล้วจึงค่อยๆ หยุดนั่งพัก หากยังไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์

2. เล่นกีฬาเสริมสลับกับการวิ่ง

เล่นกีฬาอื่นสลับกับการวิ่ง และไม่ควรซ้อมหนักเกินสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หากร่างกายเกิดการเจ็บปวด ควรพักผ่อนให้หายดีเสียก่อน แล้วค่อยฝึกซ้อมให้เข้าสภาพเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไป

วิ่ง

3. ยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังวิ่ง

หลายๆ คนมักละเลยการทำท่ายืดกล้ามเนื้อ ซึ่งขั้นตอนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญ และจำเป็นไม่แพ้การวอร์มร่างกายก่อนลงสนาม ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบหนักหรือเบาก็ตาม เพราะการยืดกล้ามเนื้อจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และลดความเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้

4. ระวังสภาพแวดล้อมที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

จะไปวิ่งที่ไหน ควรสังเกตสภาพแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็น พื้นผิวถนน สิ่งกีดขวางระหว่างทาง เป็นต้น

5.ระวังปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยของตนเอง

เช่น อดนอน ภาวะเครียดจากการทำงานหรือทางอารมณ์ และการกินอาหารที่ได้คุณค่าไม่ครบถ้วน เป็นต้น

6. ฝึกการวิ่งอย่างถูกวิธี

เนื่องจากโครงสร้างของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การจัดท่าทางการวิ่งควรจัดเพื่อให้วิ่งได้อย่างสบาย ไม่กระแทกและลื่นไหลก็ย่อมแตกต่างกัน ลักษณะการวิ่งอาจลงส้น หน้าเท้า หรือเต็มเท้า ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน ท่าทางการวิ่งขึ้นอยู่กับโครงสร้าง จังหวะการวิ่งของแต่ละคน ซึ่งต้องฝึกฝนและเรียนรู้

ท่าทางการวิ่งเบื้องต้น

จังหวะของการก้าวขาให้งอเข่าลงเล็กน้อยเสมอ เพื่อป้องกันแรงกระแทก ลำตัวตั้งตรงและเอนไปหน้าเล็กน้อย ไม่ส่ายไปมาหรือโยกขึ้นโยกลง แกว่งแขนขึ้นลงเบาๆ ให้ขนานแล้วตัดเข้าลำตัวเล็กน้อย โดยให้สัมพันธ์กับการก้าวเท้า ให้หายใจตามธรรมชาติ เพื่อนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายให้เพียงพอ หมั่นฝึกวิ่งเร็วสลับกันกับการวิ่งปกติเพิ่มความทนทานและความแข็งแรงของหัวใจได้ดีขึ้น อีกทั้งยังยกระดับความสามารถของกล้ามเนื้อคุณ และส่งผลให้คุณวิ่งได้นานด้วยในที่สุด

คลิป > Runway by yo EP.07 การฝึกวิ่งแบบ “Interval” ที่ทำให้วิ่งเร็วได้นานขึ้น

ที่มา : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา