บาดเจ็บ วิธีช่วยเหลือ วิธีปฐมพยาบาล ออกกำลังกาย อาการบาดเจ็บ อาการบาดเจ็บ ระหว่างออกกำลังกาย เป็นแผล เล่นกีฬา

3 อาการบาดเจ็บ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 3 อาการบาดเจ็บ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา

ยุคเฮลตี้แบบนี้ ช่วงวันหยุด หรือตอนเย็นของวันธรรมดา เรามักจะเห็นคนออกมาวิ่งตามสวนสาธารณะ หรือชวนกันไปเข้าฟิตเนส นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีขึ้นแล้ว หุ่นสวยๆ ก็ยังเป็นเหมือนกำไรอีกด้วย แต่ทั้งนี้เราเองก็จะต้องรู้จักวิธีปฐมพยาบาล เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น เมื่อตนหรือเพื่อนบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย

อาการบาดเจ็บทางกีฬาที่พบบ่อยๆ มีอะไรบ้าง?

ผู้ที่เป็นนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายหนักมักจะรู้ดี อย่างน้อยก็เคยประสบกับตนเองมาบ้างแล้ว หากปฏิบัติตัวไม่ถูก เช่น บีบนวดทันที หรือประคบน้ำร้อน ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้เป็นมากขึ้นหรือหายช้าไปอีก การบาดเจ็บดังกล่าว ได้แก่

1. ช้ำหรือห้อเลือด

2. เอ็นข้อยืดหรือฉีกบางส่วน ที่เราเรียกกันว่า ข้อเคล็ดหรือซ้น

3. กล้ามเนื้อล้าและเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ

การบาดเจ็บเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

1. กระแทกโดยตรง เช่น หกล้มเข่ากระแทกพื้น หรือเตะฟุตบอลพลาด สันหน้าแข้งกระแทกกับเข่าอีกคนหนึ่ง ลักษณะนี้ มักทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บเส้นเลือดฝอยแตกอาจมีอาการช้ำ ห้อเลือด ปวด บวม เป็นแผล หรืออาจมีกระดูกหักได้ (ถ้ารุนแรง)

2. แรงกระทำทางอ้อม เช่น วิ่งสะดุดหลุมแล้วข้อเท้าบิดเข้าด้านใน ทำให้เอ็นข้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อถูกยืดเกินช่วงปกติหรือฉีกขาดบางส่วน จะมีอาการคล้ายกับแบบแรก แต่มักจะอยู่บริเวณใกล้ข้อ

3. แรงกระทำซ้ำๆ จนเกินความทนทานของเนื้อเยื่อ ลักษณะนี้จะพบได้บ่อยในกีฬาที่ใช้เวลานานและต่อเนื่องกันในการแข่งขัน เช่น วิ่งระยะไกล หรือกายบริหารบางท่าที่ยืดข้ออย่างแรงและซ้ำๆ กันทุกวัน เป็นต้น ซึ่งปกติเนื้อเยื่อร่างกายจะมีความทนทานต่อแรงกระทำซ้ำๆ ในลักษณะยืดหรือกดขนาดหนึ่ง หากเริ่มเกินภาวะนี้แล้ว เราจะเริ่มรู้สึกปวดหรือเจ็บขัดๆ ถ้ายังฝืนต่อไปก็จะบาดเจ็บเพิ่มขึ้น มีอาการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน และเคลื่อนไหวไม่สะดวก หากเป็นบ่อยๆ ก็จะเรื้อรังทำให้ยากแก่การรักษา

เราจะป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างไร?

1. นักกีฬา ผู้ฝึกนักกีฬาหรือผู้ออกกำลังกายควรศึกษาวิธีการ กติกา และฝึกให้ถูกต้อง เพราะผู้ที่ค้นคิดกีฬาหรือการออกกำลังกายต่างๆ มักจะได้ศึกษาถึงข้อดี ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียน้อยที่สุด หากว่านักกีฬาปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้มาก

2. ควรมีการอุ่นเครื่องและเบาเครื่อง เช่น กายบริหารยืดข้อ กล้ามเนื้อ และออกกำลังกายเบาๆ ก่อนและหลังการแข่งขัน เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ทันทั้งระบบประสาท ระบบหายใจ ระบบหัวใจ และระบบข้อและกล้ามเนื้อ ซึ่งมีความสำคัญต่อการออกกำลังกายทุกรูปแบบ

3. มีและใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นในการป้องกันอันตรายตามชนิดของกีฬา เช่น สวมรองเท้าพื้นนิ่มและกระชับสำหรับนักวิ่งระยะไกล สวมหน้ากากและเสื้อนวมในการซ้อมหรือแข่งฟันดาบ เป็นต้น

4. รับการตรวจร่างกายและทดสอบสมรรถภาพทางกายก่อนแข่งขันอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ เพื่อให้มีช่วงเวลาพอที่จะฟื้นฟูสภาพถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ ข้อนี้จำเป็นสำหรับผู้ที่แข่งขันกีฬาที่ปะทะกันบ่อยๆ เช่น นักรักบี้ นักฟุตบอล นักมวย เป็นต้น

นอกจากนี้นักกีฬาประเภทที่ไม่ปะทะกันแต่มีปัญหาสุขภาพ หรือมีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันกีฬาก็อาจมาขอรับการตรวจหรือทดสอบได้ สำหรับการตรวจร่างกายทั่วไป อาจปรึกษาแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลจังหวัด และสำหรับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย อาจขอรับบริการได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ และสาขาต่างจังหวัด หรือที่วิทยาลัยพลศึกษาทุกแห่ง

5. รักษาสุขภาพและสมรรถภาพทางกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน

6. ฝึกซ้อมกีฬาให้ชำนาญ

คลิป > ท่าโยคะออกกำลังกาย แก้ปวดหลัง

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา