กระดูกพรุน ขาดสารอาหาร คันที่ผิวหนัง ท้องผูก ผมร่วง สารอาหาร หลงลืม อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

6 สัญญาณเตือน เมื่อร่างกาย ขาดสารอาหาร จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 6 สัญญาณเตือน เมื่อร่างกาย ขาดสารอาหาร จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ?

ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ ทำให้หลายๆ คนอาจละเลยเรื่องสุขภาพ อย่างเช่น เรื่องอาหารการกิน จนบางครั้งก็ทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสาเหตุของการ ขาดสารอาหาร นั้น แบ่งออกไปเป็น 3 ข้อ คือ…

ขาดสารอาหาร

สาเหตุของการขาดสารอาหาร

1. การทานอาหารที่มีวิตามินแร่ธาตุน้อย เช่น อาหารที่ผ่านการอุ่นด้วยไมโครเวฟ อาหารที่ผ่านความร้อนนานๆ อาหารไหม้เกรียม อาหารที่ถูกขนส่งมาจากทางไกลและไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิอาจทำให้คุณค่าของสารอาหารลดลงไปได้

2. สภาพร่างกายของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน คนบางกลุ่มที่ร่างกายต้องการวิตามินมากกว่าปกติ เช่น ผู้หญิงตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น นักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าปกติ หรือคนบางกลุ่มมีภาวะบางอย่างที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินได้ เช่น คนที่ท้องเสียหรือผู้ที่มีอาการลำไส้อักเสบ ซึ่งลำไส้จะดูดซึมวิตามินได้น้อยลง โรคตับ คนกลุ่มนี้จะสร้างวิตามินได้ไม่ดี

3. คนที่รับประทานอาหารบางอย่างที่ไปรบกวนการดูดซึมหรือทำลายวิตามินมากขึ้น เช่น คนที่ชอบทานปลาร้า แหนม ชา กาแฟ จะเสี่ยงต่อการขาดวิตามินบี 1 ทำให้มีอาการเหน็บชาได้ง่าย เป็นต้น

วิตามินแร่ธาตุในอาหารนั้นส่วนมากเราจะได้จากการทานอาหารสด เช่น ผักและผลไม้สด เป็นหลักมากกว่าอาหารปรุงสุก ส่วนอาหารปรุงสุก เราจะได้คุณค่าสารอาหารหากเราทานทันทีที่ทำ หากเก็บทิ้งไว้ วิตามินแร่ธาตุเหล่านั้นย่อมเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา งานวิจัยหลายประเทศพบว่า กลุ่มสังคมเมืองใหญ่ หรือเมืองหลวง มีหลายคนประสบปัญหาขาดสารอาหารจนทำให้เกิดอาการผิดปกติที่แสดงออกมา เช่น

ขาดสารอาหาร ผมร่วง

1. ผมร่วง ไม่เงางาม มักเกิดจากการขาดสารอาหารหลายชนิดเช่น โปรตีน (เนื้อสัตว์ นม ไข่) ธาตุเหล็ก (ผักใบเขียว ตับ) วิตามินบีต่างๆ (ธัญพืช ถั่ว จมูกข้าว ผักใบเขียว) สังกะสี (ผักโขม เมล็ดฟักทอง จมูกข้าว หอยนางรม) วิตามินเอ (แครอท ฟักทอง ฟักข้าว มะเขือเทศ บรอคโคลี่) วิตามินอี (ถั่วต่างๆ น้ำมันจากพืช อะโวคาโด) โอเมก้า3 จากน้ำมันปลา (อาหารเสริม)

2. อาการคันที่ผิวหนัง ผิวหนังแห้งลอก มักพบว่าสัมพันธ์กับผิวที่แห้งและไวต่อสิ่งเร้า เราควรเสริมด้วยวิตามินอี (ถั่วต่างๆ น้ำมันจากพืช อะโวคาโด) โอเมก้า3 จากน้ำมันปลา (อาหารเสริม) จะช่วยทำให้อาการต่างๆดีขึ้น

3. กระดูกพรุน กระดูกบาง มักพบในรายที่ขาดแคลเซี่ยมและวิตามินดี เราสามารถเพิ่มแคลเซี่ยมได้จาก งา ปลากรอบ ชีส นม เต้าหู้ บรอคโคลี่ ส่วนวิตามินดีเราสามารถเติมได้จาก การรับแสงแดด เห็ดหอม ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ไข่แดง และตับ

4. หลงลืมง่าย อาการหลงลืมง่ายมักมีความสัมพันธ์กับระดับวิตามินบีรวมในร่างกาย (ธัญพืช ถั่ว จมูกข้าว ผักใบเขียว) โอเมก้า3 (มี DHA บำรุงสมอง ซึ่งได้จากน้ำมันปลา หรือการทานปลา) บางครั้งอาจมีความสัมพันธ์กับระดับโฮโมซีสเทอีนที่มากเกินไป (กรดอะมิโนที่ร่ายย่อยไม่ได้ มีพิษต่อระบบหลอดเลือดและสมอง) เราสามารถลดสารตัวนี้ได้จากอาหารพวกบีทรูท (มีสารไตรเมททิลไกลซีน ช่วยลดโฮโมนซีสเทอีนได้) หรือเสริมวิตามินบี 6 กรดโฟลิค วิตามินบี 12

ขาดสารอาหาร ท้องผูก

5. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย มักพบในรายที่ขาดวิตามินบีต่างๆ ธาตุเหล็ก แร่ธาตุโซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม เราสามารถเติมได้จากอาหารกลุ่มธัญพืช ผักและผลไม้

6. ท้องผูก มักพบความสัมพันธ์กับการทานเส้นใยจากพืชผักน้อยเกินไป และมีความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร เราสามารถเติมจุลินทรีย์ชนิดที่ดี (Probiotics) ได้ จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ในปัจจุบัน มีนวัตกรรมการตรวจเพื่อวิเคราะห์หาสารอาหารในร่างกาย คือ โปรแกรม Nutrient Plus โดยใช้วิธีการตรวจเลือด และรอผลเพียงแค่ 7 วัน จะทำให้ท่านได้ทราบว่าคุณขาดสารอาหารชนิดใด เพื่อวางแผนปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารให้ตรงกับสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล

ที่มา : นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท โรงพยาบาลสมิติเวช

ขออนุญาตใช้เนื้อหา