กระดูกพรุน ประโยชน์ของวิตามินดี ภาวะกระดูกพรุน วิตามินดี เห็ด แสงแดด

รู้หรือไม่? ภาวะกระดูกพรุน เกิดจากร่างกายขาด วิตามินดี

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / รู้หรือไม่? ภาวะกระดูกพรุน เกิดจากร่างกายขาด วิตามินดี

สิ่งที่ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็น ภาวะกระดูกพรุน ได้ง่ายๆ นั่นก็คือ การที่ร่างกายของเราขาด วิตามินดี นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า วิตามินดี มีอยู่ในแสงแดด ทำให้บางคนยังคงสงสัยอยู่ว่า ในขณะที่บ้านเราอากาศร้อน แดดส่องทั้งวันขนาดนี้ คนไทยยังขาดวิตามินดีอยู่อีกหรือ?

จากการสำรวจพบว่า ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีภาวะขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นขาดแคลนวิตามินดี 65% กลุ่มคนวัยทอง 60% และกลุ่มสตรีที่หมดประจำเดือนมีมากถึง 80% ส่งผลทำให้กลุ่มคนดังกล่าวเกิดความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ในอนาคต

วิตามินดีกับ “กระดูกพรุน”

วิตามินดีเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ จะไปช่วยยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (parathyroid) ซึ่งเป็นฮอร์โมนอันตรายที่จะไปสลายแคลเซียมออกจากกระดูก นอกจากนี้วิตามินดียังช่วยสร้างสารออสธีโอเคลซิน (osteocalcin) ช่วยดึงแคลเซียมเข้ามาในกระดูก และช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ทางหนึ่ง อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มของผู้สูงวัยได้ด้วย

วิตามินดี

วิตามินดีกับ “แสงแดด”

คนส่วนใหญ่คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าวิตามินดีเกี่ยวข้องกับแสงแดด ว่าแต่เกี่ยวข้องอย่างไรนั้น สามารถอธิบายได้ง่ายสุดคือ เมื่อร่างกายได้รับแสงแดด ร่างกายจะเปรียบเสมือน “หม้อแปลง” ที่สามารถแปลงแสงแดดที่รับให้เป็นวิตามินดีได้เองโดยอัตโนมัติ วิตามินดีที่เกิดขึ้นจะออกจากผิวหนังไปยังเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง โดยทำปฏิกิริยากับโปรตีนจับวิตามินดี เข้าสู่กระแสเลือด และไปสู่อวัยวะอื่นๆต่อไป เช่น ตับ ไต ลำไส้ กระดูกเพื่อดูดซึมแคลเซียมทำให้กระดูแข็งแรงนั้นเอง

รับแดดยังไง? จึงจะพอดี

เมื่อพูดว่าต้องรับแสงแดด สาวๆ คงจะโอดครวญเป็นแน่ เพราะความร้อนระอุของแดดเมืองไทยนี้ยากจะต้านทานไหว แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับแสงแดด คือ 06.00 – 09.00 น. และ 15.00 – 17.00 น. เป็นช่วงเวลาที่แสงแดดไม่แรง และไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมากเกินไป ซึ่งเวลาเพียง 30 นาทีที่ผิวหนังเปิดรับแสงแดดเข้าสู่ร่างกาย จะสามารถสร้างวิตามินดีให้กับร่างกายได้ถึง 1,000 หน่วยเลยทีเดียว

แสงแดดจะมีอันตรายช่วง 9.00-14.00 น. มีค่าชี้วัดความเข้มของแสง (uv index) สูง ซึ่งครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ได้ แต่ให้ยกเว้นแขนและขาในช่วง 7-9 โมงเช้า และบ่าย 3-6 โมงเย็น และให้ใส่เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น และย้ำว่า “อย่ากลัวแดดกันไปเลย” เพราะมีข้อมูลทางวิชาการพบว่า คนไทยเป็นโรคผิวหนังอันเนื่องมาจากแสงแดดน้อยมากเพียง 3 คน ใน 1 แสนคนเท่านั้น

วิตามินดี

กินเห็ด อีกช่องทางรับ “วิตามินดี”

พืชที่พบวิตามินดีสูงสุด คือ เห็ด ทั้งที่มันอยู่ในที่ร่ม ชื้น แต่กลับมีสารที่เป็นตัวเริ่มต้นให้วิตามินดีสูงสุด เมื่อสารถูกแสงแดดเปลี่ยนกลายเป็นวิตามินดี ดังนั้นถ้าเราเด็ดเห็ดมา ต้องนำเห็ดนั้นไปตากแดดประมาณครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง แล้วนำมาเก็บไว้ในตู้เย็น ทั้งนี้เห็ดที่ตากแดดแล้วจะเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 14 วัน นอกจากเห็ดแล้วยังสามารถพบวิตามินดี ได้จาก ปลาเทราส์ ปลาทู และหอยนางรม

เห็นแบบนี้แล้วหวังว่าคงจะได้รับความรู้ดีๆ เกี่ยวกับวิตามินดี ที่เป็นประโยชน์พอสมควร โดยเฉพาะสาวๆ ที่กลัวแดด ให้หันมาให้ความสำคัญกับวิตามินดีไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ เพื่อจะได้สวยหล่อ สุขภาพดีแข็งแรงห่างไกลโรคนะจ๊ะ

ที่มา : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา