ปวดท้อง ภาวะเครียดลงกระเพาะ เครียด เครียดลงกระเพาะ

พาหาคำตอบ ภาวะเครียดลงกระเพาะ อาการเป็นอย่างไร?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / พาหาคำตอบ ภาวะเครียดลงกระเพาะ อาการเป็นอย่างไร?

เรามักจะได้ยินอยู่เสมอว่า คนที่มีอาการปวดท้องอยู่บ่อยๆ สาเหตุน่าจะมาจาก เครียดลงกระเพาะ จะจริงหรือไม่ เป็นไปได้อย่างไร ลองมาหาคำตอบกันค่ะ

ภาวะเครียดลงกระเพาะ

ปกติโรคกระเพาะจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีแผลและกลุ่มที่ไม่มีแผล ส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบกับภาวะเครียดลงกระเพาะจะเกิดกับโรคกระเพาะกลุ่มที่ไม่มีแผล โดยส่วนใหญ่มีอาการปวดจุกบริเวณลิ้นปี่ เป็นๆ หายๆ มักจะเกิดหลังรับประทานอาหาร ซึ่งถ้าคนไข้มีภาวะเครียดก็อาจทำให้อาการกำเริบได้ ทำให้มีอาการบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน

อาการของภาวะเครียดลงกระเพาะ

ส่วนใหญ่จะมีอาการปวด จุก แน่น แสบบริเวณลิ้นปี่ มักจะเกิดหลังจากรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม ก็อาจจะเกิดอาการระหว่างมื้ออาหารได้เช่นเดียวกัน อาการมักไม่รุนแรง เป็นๆ หายๆ มีเพียงส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรงมาก ส่วนการถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติ หรือมีอาการแสบที่ยอดอกนั้น มักเป็นผลจากการที่มีโรคร่วม เช่น โรคลำไส้แปรปรวน โรคกรดไหลย้อนตามลำดับ

เครียดลงกระเพาะ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ เบื่องต้นคุณหมอจะให้คำแนะนำกับผู้ป่วยให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

1. รับประทานอาหารให้ตรงเวลา หมายถึง คนไข้รับประทานอาหารเวลาไหนก็ให้รับประทานเวลานั้นทุกวัน

2. ชนิดของอาหาร จะต้องเลือกชนิดของอาหาร อาหารบางชนิดจะกระตุ้นให้เกิดอาการค่อนข้างบ่อย เช่น อาหารที่มีรสจัดจะทำให้เกิดอาการแสบหรือปวดท้องได้บ่อยขึ้น และอาหารมันก็มักจะทำให้เกิดอาการจุก แน่นท้อง และต้องหลีกเลี่ยงยาหรือสารบางอย่างที่ทำให้มีอาการมากขึ้น เช่น ยาแก้ปวดกลุ่มแอสไพริน กลุ่มเอ็นเสด

3. ดูแลสุขภาพทั่วไป เช่น การออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะลดปัญหาอาการกำเริบได้ หากปฏิบัติเบื้องต้นแล้ว อาการยังไม่ทุเลา แนะนำให้พบคุณหมอเพื่อตรวจเพิ่มเติมตามเหมาะสม และใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการได้

เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วคนไข้มักจะมีอาการเรื้อรัง พบว่าประมาณ 50% ของผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ 30% ของผู้ป่วยจะมีอาการเป็นๆ หายๆ ในขณะที่ 20% ของผู้ป่วยจะมีอาการต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็วขึ้น มีถ่ายอุจจาระดำ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเรื้อรัง หากมีอาการที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม ปรึกษาคุณหมอ สืบค้นเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาดูว่าจะเกิดภาวะหรือโรคอื่นๆ แทรกซ้อนขึ้นมาหรือไม่

ที่มา : ผศ.พญ.มณฑิรา มณีรัตนะพร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา