ตั้งครรภ์ ถุงยางอนามัย ป้องกันการตั้งครรภ์ ยาคุมกำเนิด วิธีคุมกำเนิด

แชร์ 7 วิธีคุมกำเนิด ที่ถูกต้อง ทำอย่างไรถึงจะไม่ตั้งครรภ์?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / แชร์ 7 วิธีคุมกำเนิด ที่ถูกต้อง ทำอย่างไรถึงจะไม่ตั้งครรภ์?

วิธีคุมกำเนิด ไม่ได้มีแค่การสวมถุงยางอนามัย หรือการกินยาคุมกำเนิดเท่านั้น แต่ยังมีวิธีอื่นอีกมากมาย ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ หรือรู้รายละเอียดไม่เพียงพอ วันนี้ Health MThai จะพาทุกๆ คนมาทำความรู้จักกับ วิธีคุมกำเนิด ว่ามีกี่วิธี แล้วแต่ละวิธีทำอย่างไรบ้าง?

คลิป > รีวิวสอน กินยาคุม ให้ถูกวิธี ป้องกันตั้งครรภ์ไม่พร้อม และวิธีคุมกำเนิดที่คุณยังไม่รู้จัก

การคุมกำเนิดสำคัญอย่างไร?

การคุมกำเนิดเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนครอบครัว หรือกล่าวอย่างง่ายว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ท้องและปลอดภัยจากโรคติดต่อ แต่ถึงกระนั้น ความเข้าใจผิดๆ และข้อสงสัยในวิธีการคุมกำเนิดก็ยังคงมีอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดการท้องไม่พร้อม

แล้วจะคุมกำเนิดโดยวิธีไหนดี?

การคุมกำเนิดในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี โดยแต่ละวิธีให้ผลที่แตกต่างกันออกไป โดยจำแนกตามประเภทของผลลัพธ์ที่นิยมคุมกำเนิด ได้ 2 ลักษณะ คือ วิธีที่ได้ผลค่อนข้างดี และ วิธีที่ได้ผลแต่ไม่ดีนัก

วิธีที่ได้ผลค่อนข้างดี

1. ถุงยางอนามัย เป็นวิธีคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุด เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ของผู้หญิง แต่ต้องระวังไม่ให้ถุงยางอนามัยฉีกขาด และเลือกขนาดให้เหมาะสม หากพบปัญหาถุงยางฉีกขาด หรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งตกใจ แล้วรีบหายาคุมฉุกเฉินมากิน เพื่อป้องกันการตั้งท้องในกรณีนั้นๆ

2. ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ หากกินอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ปัจจุบันยาคุมกำเนิดมี 2 ชนิด คือ ชนิด 28 เม็ด และ 21 เม็ด ซึ่งให้ผลในการคุมกำเนิดไม่แตกต่างกัน โดยยาคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ด จะมีวิตามินเพิ่มขึ้นมาอีก 7 เม็ด เพื่อให้ผู้หญิงกินยาคุมกำเนิด ได้อย่างต่อเนื่องและไม่ลืมกินยา

โดยวิธีกินยาคุมกำเนิด คือ ทั้งชนิด 28 เม็ด และ 21 เม็ด ให้กินยาเม็ดแรกภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน และหลังจากนั้น ให้กินติดต่อกันทุกวัน วันละ 1 เม็ดจนหมดแผง สำหรับยาคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ด สามารถเริ่มกินแผงต่อไปได้เลย แต่สำหรับชนิด 21 เม็ด ต้องเว้นไป 7 วัน เพื่อให้ประจำเดือนมา แล้วค่อยเริ่มกินแผงใหม่ ทั้งนี้ ควรกินในเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อกันลืม

วิธีคุมกำเนิด

หากลืมกินยาต้องทำอย่างไรดี?
  • เมื่อลืมกินยา 1 เม็ด ให้รีบกินยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าลืมกินยาเกิน 1 วัน ให้กินยาพร้อมกัน 2 เม็ด
  • เมื่อลืมกินยา 2 วัน ให้รีบกินยา 2 เม็ด ทันที ที่นึกได้ และให้กินอีก 2 เม็ดในวันต่อไป และระหว่างนี้ ให้ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะเริ่มกินยาแผงใหม่
  • เมื่อลืมกินยามากกว่า 2 วัน ให้เลิกกินยาแผงนั้นไปเลย และระหว่างนี้ให้ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ แล้วเริ่มยาแผงใหม่ในรอบประจำเดือนต่อไป

3. แผ่นแปะผิวหนังคุมกำเนิด เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด แต่ใช้สะดวกกว่า แผ่นแปะนี้มีขนาดโดยประมาณ 4.5 x 4.5 เซนติเมตร ใช้แปะที่ผิวหนังบริเวณ สะโพก หน้าท้อง ต้นแขน ด้านนอก แผ่นหลังด้านบน โดยตัวยาจะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด เริ่มติดในวันแรกของประจำเดือน แปะไว้ 7 วัน แล้วเปลี่ยนแผ่นใหม่ เมื่อครบ 3 แผ่น ใน 3 สัปดาห์ ให้เว้นไม่ต้องแปะ 1 สัปดาห์ (เช่นเดียวกับ การกินยาคุมแบบ 21 เม็ด ) ประจำเดือนก็จะมาในช่วงที่ไม่ได้แปะแผ่นยา และเมื่อลืมแปะยา ให้เริ่มแปะทันทีที่นึกได้ แต่ไม่ควรลืมเกิน 2 วัน หากเกิน 2 วัน ให้คุมกำเนิดโดยวิธีอื่น เช่น ใช้ถุงยางอนามัย แล้วเริ่มแปะยาในรอบประจำเดือนต่อไป

วิธีคุมกำเนิด

4. ยาฉีดคุมกำเนิด เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ได้ผลดี เพราะไม่ต้องกังวลกับปัญหาการลืมกินยา โดยสามารถเข้ารับบริการฉีดยาคุมกำเนิด ได้ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมไปถึง คลินิก และโรงพยาบาลเอกชน หากสถานบริการสุขภาพนั้น ไม่มียาฉีดคุมกำเนิดให้บริการ ก็สามารถหาซื้อยาได้จากร้านขายยาที่มีเภสัชกรและนำไปให้สถานบริการสุขภาพฉีดยาให้ได้ ปัจจุบันยาฉีดคุมกำเนิดมีให้เลือก 3 ชนิด ได้แก่ ชนิด 1 เดือน (4 สัปดาห์) 2 เดือน (8 สัปดาห์) และ 3 เดือน (12 สัปดาห์) ซึ่งจะมีรอบฉีดทุกๆ 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ตามลำดับ โดยการฉีดยาอาจมีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ กะปริบกะปรอย หรือไม่มีประจำเดือนเลยในช่วงเวลานั้น

5. ยาฝังคุมกำเนิด วิธีนี้กำลังได้รับความนิยมในวัยรุ่น โดยขอรับบริการได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน สำหรับวัยรุ่นที่อายุไม่เกิน 20 ปี โรงพยาบาลรัฐมีบริการฝังยาคุมฟรี ผู้ที่อายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2000-2500 บาท ซึ่งคุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี ตามชนิดของยา มีข้อดีคือช่วยลดปัญหาการลืมกินยาหรือฉีดยา แพทย์จะฝังฮอร์โมน ซึ่งบรรจุในหลอดพลาสติกขนาดเล็กๆ ไว้ใต้ผิวหนัง บริเวณต้นแขนด้านใน การฝังยานี้ อาจมีผลทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือกะปริบกะปรอย ซึ่งพบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ใช้วิธีการฝังยา

6. ห่วงคุมกำเนิดหรือห่วงอนามัย มีลักษณะเป็นเหมือนรูปตัว T ขดไปมาในมดลูก เพื่อป้องกันการฝังตัวของไข่ โดยสามารถรับบริการใส่ห่วงคุมกำเนิดได้ที่สถานบริการสุขภาพ ผู้ที่ใส่ห่วงคุมกำเนิด ควรหมั่นตรวจตราด้วยตนเองทุกเดือนว่า ห่วงยังอยู่ดีอยู่หรือไม่ เพราะหากห่วงเกิดหลุดขึ้นมา ก็อาจตั้งครรภ์ได้

7. การคุมกำเนิดถาวร เป็นวิธีคุมกำเนิดในกรณีที่มีบุตรเพียงพอแล้ว สามารถทำได้ทั้งหมันชายและหมันหญิง โดยการทำหมันชายทำได้ง่ายและสะดวกมากกว่าหมันหญิง ซึ่งเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ทั้งปลอดภัยและประหยัด

วิธีคุมกำเนิด

วิธีที่ได้ผลแต่ไม่ดีนัก

1. ยาคุมฉุกเฉิน เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้หลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันในกรณีฉุกเฉิน ได้แก่

  • ไม่ได้คุมกำเนิดโดยวิธีใดๆ เลย
  • ใช้การคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นแล้ว แต่เกิดการผิดพลาด เช่น ถุงยางอนามัย ขาด รั่ว แตก หรือลืมกินยาคุมกำเนิด
  • เมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอมหรือถูกข่มขืนกระทำชำเรา

สิ่งที่พึงระวัง คือ ไม่ควรนำยาคุมฉุกเฉินมาใช้แทนที่วิธีการคุมกำเนิดปกติ เพราะวิธีนี้มีประสิทธิภาพต่ำ และทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูง หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน องค์การอนามัยโลกได้กำหนดวิธีการกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้องไว้คือ กินภายใน 72 ชม. หลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน และกินยาพร้อมกันทั้งสองเม็ด หรือกินทีละเม็ด ห่างกัน 12 ชม.

ทีมา : เทียนทิพย์  เดียวกี่ Team Content www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา