ตั้งครรภ์ ธนาคารอสุจิ ฝากอสุจิ ฝากเชื้ออสุจิ มีบุตรยาก อสุจิ

คุณผู้ชายอยากรู้ไหม ฝากเชื้ออสุจิ ที่ ธนาคารอสุจิ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / คุณผู้ชายอยากรู้ไหม ฝากเชื้ออสุจิ ที่ ธนาคารอสุจิ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

คุณผู้ชายหลายคนคงเคยได้ยิน “ธนาคารอสุจิ” กันใช่ไหมล่ะคะ เคยสงสัยไหมว่า หากต้องการจะไปฝากเชื้ออสุจิ จะต้องทำอย่างไร หมอจะตรวจอะไรบ้าง? มาดูคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ

เหตุผลที่คุณผู้ชายต้องฝากเชื้ออสุจิ

1. ใช้สำหรับผู้มีบุตรยาก ที่ต้องการการรักษา แต่ฝ่ายชายไม่มีเวลามาติดตามการรักษาตามที่แพทย์นัดได้

2. ในกรณีที่ต้องการรักษาโรคบางชนิดซึ่งมีผลเสียต่อจำนวนเชื้ออสุจิ ก่อนรักษาจึงต้องเก็บเชื้ออสุจิสำรองไว้

3. เพื่อเก็บเชื้ออสุจิเพื่อการบริจาค

การแช่แข็งเชื้ออสุจิจะแช่แข็งไว้ในธนาคารอสุจิ หรือ sperm bank ซึ่งมีบริการอยู่ตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่ง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

ธนาคารอสุจิ

การแช่แข็งเชื้ออสุจิ

หลังจากแจ้งความประสงค์จะฝากหรือบริจาคเชื้ออสุจิแล้ว คุณจะถูกคุณหมอผู้เชี่ยวชาญซักประวัติละเอียด เริ่มตั้งแต่

1. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ โรคซิพิลิส โรคตับอักเสบ เป็นต้น

2. โรคติดต่อทางสายเลือด เช่น โรคธาลัสซีเมีย เบาหวาน และอีกสารพัดโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรม

3. โรคเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต

เมื่อพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจะให้เจาะเลือด เพื่อค้นหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากนั้นคุณจะถูกส่งไปยัง ‘ห้องเก็บเชื้อ” ซึ่งไม่ได้หมายถึงห้องเก็บเชื้ออสุจิ หากคือห้องที่ถูกจัดไว้เพื่อให้คุณสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ภายในจะมีอุปกรณ์กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินเปลือย หนังสือโป๊ และหนังโป๊พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีและทีวี นอกจากนี้ยังมีโซฟาสำหรับนั่งหรือนอนดูหนังสือหรือดูหนังตามต้องการ

ก่อนการรีดเชื้อ คุณจะได้รับถ้วยพลาสติกปากกว้างผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว ถ้วยดังกล่าวขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็เพียงพอสำหรับเก็บเชื้ออสุจิ ซึ่งก่อนการรีด คุณต้องล้างมือและน้องชายให้สะอาด (วิธีการเหล่านี้มีสติ๊กเกอร์ติดประกาศชัดเจน)

หลังจากได้เชื้ออสุจิแล้วจะยังไม่สามารถนำไปแช่แข็งได้ทันที จนกว่าจะผ่านการตรวจจากห้องแล็ป เพื่อตรวจสภาพเชื้ออสุจิของคุณว่ามีความสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน โดยปกติแล้วผู้ชายเราจะมีเชื้ออสุจิเฉลี่ยราว 20-40 ล้านตัวต่อหนึ่งซีซี (แต่สำหรับคนเป็นหมันแล้วจะมีเชื้อเพียง 1-2 ล้านตัวเท่านั้น) เชื้ออสุจิที่ดีนั้น หัวต้องกลมมน ไม่ใช่หัวกลมเป็นลูกแตงโม มีลักษณะคล้ายรูปไข่ มีหางยาวเป็นสาย เคลื่อนไหวเร็วอย่างน้อย 50%

หลังจากรีดเชื้อเสร็จแล้ว คุณหมอจะให้นอนพักในห้องประมาณ 15-20 นาที ซึ่งถ้าจะบริจาคหรือฝากอสุจิซ้ำอีกรอบล่ะก็ ต้องรออีก 3 – 5 วันค่อยมาใหม่ เนื่องจากปริมาณอสุจิอาจไม่พอ

เมื่อผ่านการตรวจจากห้องแล็ปแล้ว เชื้ออสุจิของคุณจะถูกใส่สารละลายกลีเซอรอล โซเดียมซิเตรท กลูโคส ฟรุกโตส ไข่แดง เพื่อเป็นอาหารหล่อเลี้ยง แล้วจึงนำไปใส่หลอดพลาสติกเล็กๆ แขวนเหนือระดับถังไนโตรเจนเหลว 15 เซนติเมตร ที่อุณหภูมิลบ 196 องศาเซลเซียส โดยไม่แช่ลงไป เพื่อไม่ทำให้เซลล์อสุจิเสียหาย ระหว่างนี้เชื้ออสุจิจะหยุดเคลื่อนไหว แต่ยังมีชีวิตอยู่และสมบูรณ์พร้อม สามารถเก็บได้นานนับสิบๆ ปีเลยทีเดียว

การนำเชื้ออสุจิกลับมาใช้

คงไม่ลืมว่าอสุจิที่ถูกแช่แข็งจะหยุดการเคลื่อนไหว ฉะนั้นก่อนจะนำเชื้ออสุจิมาใช้จึงต้องนำหลอด บรรจุเชื้อไปละลาย และเข้าเครื่องปั่นล้าง เพื่อให้อสุจิกลับมาวิ่งปรู๊ดปร๊าดอีกครั้ง แล้วจึงนำเชื้ออสุจิไปใช้ต่อไป ถือว่าเป็นกระบวนการสุดท้ายของธนาคารอสุจิ และต้องทำในห้องที่ปลอดเชื้อเท่านั้น

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ทำให้เด็กเกิดมีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะผสมเทียม กิฟท์ ซิฟท์ ทำเด็กหลอดแก้ว หรืออิกซี่ ซึ่งกระบวนการนานาเหล่านี้ล้วนต้องพึ่งเชื้ออสุจิทั้งสิ้น การใช้เทคโนโลยีช่วยในการตั้งครรภ์ได้ผลเฉลี่ยประมาณ 20 – 35% ยิ่งใช้เทคโนโลยีมากเท่าไร โอกาสก็ยิ่งน้อยไปอีก สรุปก็คือวิธีธรรมชาติได้ผลดีที่สุด

ที่มา : รศ.นพ. เรืองศิลป์  เชาวรัตน์ ภาควิชาสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา