ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ สุขภาพ ระบบขับถ่าย ระบบทางเดินอาหาร ระบบผิวหนัง ระบบหายใจ อารมณ์

เตรียมรับมือสุขภาพ!! 10 เรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อก้าวเข้าสู่วัย ผู้สูงอายุ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / เตรียมรับมือสุขภาพ!! 10 เรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลง เมื่อก้าวเข้าสู่วัย ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุ เป็นวัยที่หลายๆ คนจะต้องพบเจออย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะก้าวไปถึงจุดนั้น วันนี้เรามีข้อมูลสุขภาพเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ทั้งทางร่างกายและจิตใจมาแชร์ให้ฟัง หลายๆ คนจะได้เตรียมพร้อม ดูแลร่างกายกันตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุในเร็วๆ นี้ด้วย

ท้องผูกเรื้อรัง ปัญหากวนใจที่รักษาให้หายได้ โดย นพ.อัครวุฒิ จันทราพิรัตน์

10 การเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ที่คุณต้องเจอ!

1. ระบบผิวหนัง

ผู้สูงอายุจะมีภาวะผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เนื่องจากเส้นใยอีลาสตินและเซลล์ผิวหนังลดลง ต่อมไขมันทำงานลดลงทำให้ผิวหนังมีลักษณะแห้งและเป็นขุย เซลล์ที่สร้างเม็ดสีมีการทำงานลดลง ทำให้สีของผิวหนังจางลง แต่อาจพบจุดสีน้ำตาลได้ทั่วไปอันเนื่องมาจากการรวมตัวของเม็ดสีเก่าๆ และในวัยผู้สูงอายุผิวหนังจะมีอาการแพ้ได้ง่ายกว่าวัยอื่น รวมถึงเล็บมีลักษณะหนาและแข็งมากขึ้น ผมและขนต่างๆ จะจางลงและหลุดร่วงง่าย

2. ระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิต

ในช่วงวัยนี้ ประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจลดลงจากการบีบตัว และความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง อาจมีความผิดปกติในการนำสัญญาณไฟฟ้าในกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หลอดเลือดฝอยของร่างกายเปราะบาง จนอาจเกิดภาวะขาดเลือดได้

3. ระบบทางเดินหายใจ

เมื่ออายุมากขึ้น จะเกิดการแข็งตัวไม่ยืดหยุ่นของข้อต่อเล็กๆ ของซี่โครง ทำให้การขยายตัวของทรวงอกลดลง เกิดภาวะหลังค่อม บวกกับเนื้อเยื่อปอดมีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้ปริมาตรการหายใจและค่าความจุปอดต่ำลง ส่งผลให้การหายใจเข้าและออกไม่สะดวกเท่าตอนอยู่ในวัยหนุ่มสาว เมื่อวงจรการตอบสนองกำจัดสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจไม่ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเกิดอาการสำลักได้

ผู้สูงอายุ

4. ระบบประสาท ประสาทสัมผัส และการทรงตัว

สารสื่อประสาทและเซลล์ประสาททั้งระบบส่วนกลางและระบบประสาทส่วนปลายมีประสิทธิภาพลดลง การส่งสัญญาณประสาทช้าลง ทำให้ปฏิกิริยาที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและการเคลื่อนไหวลดลง ระบบความคิดและวิเคราะห์ที่ช้าลง อาจเกิดความจำเสื่อม ประสิทธิภาพของสมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกายลดลง สารสื่อประสาทที่สำคัญอาจเสื่อมสลาย นำไปสู่โรคพาร์กินสัน (การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ) นอนหลับลึกได้น้อยลงจากเดิม รวมถึงอาการสายตายาวในผู้สูงอายุที่เป็นต้นเหตุของการหกล้มในผู้สูงวัย นอกจากนี้ยังมีภาวการณ์ได้ยินที่ลดลงด้วย

5. ระบบสืบพันธุ์

ในเพศชายอาจขับถ่ายปัสสาวะได้ลำบาก ขณะที่เพศหญิงมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลง และทรวงอกสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เกิดการหย่อนคล้อย

ผู้สูงอายุ

6. ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

ภาวะกล้ามเนื้อลีบจากการไม่ได้ใช้งานในผู้สูงอายุ สังเกตได้จากการที่กล้ามเนื้อมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ความแข็งแรงและการหดตัวของกล้ามเนื้อมีความเสื่อมถอย ภาวการณ์สูญเสียสมดุลนี้ส่งผลให้เกิดอาการสั่นเมื่อต้องทำงาน มีการลดลงของกำลังกล้ามเนื้อสูงสุด และระยะการเคลื่อนไหวของข้อต่อ โดยทั่วไปนั้นจะลดลงในอัตราร้อยละ 15-20 โดยประมาณในระหว่างช่วงอายุ 20-60 ปี มากน้อยตามแต่ว่าเคยดูแลสมรรถภาพร่างกายก่อนหน้านี้มาอย่างไร ฉะนั้นผู้สูงอายุส่วนใหญ่ จึงควรพยายามดำรงความสามารถในการทำงานเดิมไว้ให้ได้ ทั้งนี้ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังข้อต่อและกล้ามเนื้อมากๆ เช่น ยกของหนัก แบกของ และงานที่ต้องบิดเอี้ยวตัวมากๆ

7. ระบบทางเดินอาหาร

มีโอกาสท้องผูกบ่อย กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารลดลง บางรายอาจเกิดภาวะขาดสารอาหาร เพราะการดูดซึมอาหารในกระเพาะอาหารบกพร่อง

8. ระบบปัสสาวะ

ผู้สูงอายุจะถ่ายปัสสาวะบ่อย เนื่องจากหลังจากถ่ายปัสสาวะในแต่ละครั้งจะมีปริมาณปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น

ผู้สูงอายุ

9. ระบบต่อมไร้ท่อ

ร่างกายผู้สูงอายุจะสร้างฮอร์โมนชนิดต่างๆ ได้น้อยลง ข้อควรระวังคือ การหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้การเผาผลาญไขมันลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนได้ง่าย กระดูกหัก หรือยุบง่าย เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง

10. อารมณ์แปรปรวนง่าย

การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และจิตใจในวัยนี้ ทำให้อาจมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล น้อยใจ รู้สึกเหงาเนื่องจากกลัวการถูกทอดทิ้ง ไม่มั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ จากภาวะที่ร่างกายเสื่อมถอย เกิดความคิดลังเลซ้ำไปซ้ำมา รู้สึกด้อยค่าจากภาวะที่ไม่สามารถทำงานได้หรือสูญเสียบทบาทของตนเอง จากที่เคยเป็นผู้นำครอบครัวเปลี่ยนมาเป็นผู้พึ่งพิงผู้อื่น ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางท่านชอบพูดคุยกับคนอื่นๆ บางท่านมีลักษณะชอบบ่น เอาแต่ใจตนเอง หรือมีลักษณะเก็บตัวร่วมด้วย

ดังนั้นการเตรียมความพร้อมก่อนเป็นผู้สูงวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารที่ดีมีประโยชน์เพื่อบำรุงและซ่อมแซมร่างกาย การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทำให้สุขภาพดี การฝึกจิตใจให้ผ่อนคลาย ปล่อยวาง มีความสุขกับสิ่งใกล้ตัว ก็จะเป็นการลดความเจ็บป่วยที่จะมาพร้อมกับช่วงวัยดังกล่าวนะคะ

ที่มา : สสส.

ขออนุญาตใช้เนื้อหา