ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดม โรค MPS

6 สัญญาณเตือน โรค MPS ภัยร้ายยิ่งกว่า ออฟฟิศซินโดรม

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 6 สัญญาณเตือน โรค MPS ภัยร้ายยิ่งกว่า ออฟฟิศซินโดรม

         หลายคนอาจยังไม่เคยได้ยินชื่อ โรค MPS (Myofacial Pain Syndrom) คือ โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง และเนื้อเยื่อพังผืด โดยจุดเด่นของคนที่เป็นโรคนี้คือมีจุดกดเจ็บ สังเกตได้จากการใช้นิ้วคลำบริเวณกล้ามเนื้อที่มีอาการปวดอยู่นั้น จะพบปุ่มก้อนนูนอยู่ภายในกล้ามเนื้อ และถ้ากดลงที่ก้อนนั้นจะมีอาการปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่า สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการ “นั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน” และโรคนี้มักจะพบในช่วงอายุ 31 – 50 ปี เป็นอะไรที่เสี่ยงมากกับคนไทยในยุคสังคม 4.0

โรค MPS กับ ออฟฟิศซินโดรม คือโรคเดียวกันหรือเปล่า เพราะสาเหตุเหมือนกัน?
          ถ้าในทางการแพทย์นั้นใช่ เพราะ ทั้ง 2 โรคนี้มีอาการคล้ายกัน คือ ปวดกล้ามเนื้อ แต่ออฟฟิศซินโดรม คือ กลุ่มย่อยของ โรค MPS แต่ต่างกันตรงที่ ออฟฟิศซินโดรมจะมีอาการปวดเฉพาะจุด เช่น คอ บ่า ไหล่ แต่ โรค MPS เป็นการพูดถึงอาการปวดกล้ามเนื้อแบบกว้างๆ ซึ่งอาการของโรคนี้น่ากลัวกว่าออฟฟิศซินโดรมมาก เพราะเป็นอาการปวดร้าวชนิดที่ปวดครั้งหนึ่งไม่เป็นอันทำงาน และคนไข้บางรายถึงกับสะดุ้งตื่นกลางดึกเป็นระยะ เพราะปวดร้าวจนนอนไม่ได้ น่ากลัวขนาดนี้มาเช็คลิสต์กันว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ?

โรค MPS มันร้ายกาจมาก หากคุณมี 6 อาการเหล่านี้ต้องพบแพทย์ด่วน!

         1. ปวดร้าวลึกๆ เช่น ปวดบริเวณสะบัก เหมือนมีความรู้สึกว่าสะบักจม
         2. ปวดร้าว เช่น จะปวดบริเวณก้านคอ ขมับ กรามล่าง และครอบคลุมถึงบริเวณศรีษะ เป็นต้น
         3. อาการปวดจะมีอาการตั้งแต่ ปวดเมื่อยตามตัว จนถึงปวดรุนแรง
         4. เวลาปวดบางครั้งก็ปวดตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะเวลาที่เราใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ
         5. มีความรู้สึกที่เกิดร่วมกันเมื่อมีอาการปวดเช่นชาที่ผิวหน้งแต่เป็นเพียงความรู้สึกโดยแพทย์จะตรวจไม่พบความผิดปกติเหล่านี้
         6. จะรู้สึกว่า มือและเท้าเย็นเหมือนเลือดไหลเวียนไม่ดี

แล้วปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้เกิดอาการทรมานขนาดนี้
         1. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกิจวัตรประจำวันแบบที่เราไม่ทันรู้ตัว เช่น การสะพายกระเป๋าข้างเดียว หรือนั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน
         2. ทำงานในท่าที่ซ้ำๆ เดิมๆ เป็นเวลานานติดต่อกัน หรือทำงานที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นเวลานาน
         3. มีการกดทับของเส้นประสาท จากการกดของรากประสาท อาจทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทนั้นๆ ตามมาได้
         4. ความเครียด อาการหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีเหล่านี้ เป็นสาเหตุที่คนส่วนใหญ่เป็นแบบไม่รู้ตัว
         5.
มีความผิดปกติในเรื่องระบบต่อมไร้ท่อ เช่น การขาดฮอร์โมนไทรอยด์ การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน
         6. คนที่มีภาวะขาดวิตามิน เช่น วิตามินบี ซี folic ก็มีส่วนที่จะทำให้เป็นได้

หากคุณกลัว เรามีวิธีหลีกเลี่ยงโรค MPS มาบอก
          1. อย่าสะพายกระเป๋าข้างเดียวเป็นเวลานาน สลับซ้ายขวาบ้าง การนั่งทำงานก็นั่งหลังตรง พยายามไม่นั่งไขว่ห้าง
          2. หากต้องทำงานในท่าเดิมๆ ก็ควรหมั่นยืดเส้น ยืดสาย ชั่วโมงละครั้ง
          3. นวดผ่อนคลาย หรือจะประคบร้อน ให้กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทได้ผ่อนคลาย
          4. ไม่นำความเครียดกลับบ้าน ทิ้งไว้ที่ทำงาน ออกไปเที่ยวพักผ่อนสมอง
          5. ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที เป็นอย่างน้อย
          6. ทานวิตามินบำรุง เช่น วิตามินบี ที่ได้จากข้าวกล้อง วิตามินซี จากผลไม้

          บุคคลที่เสี่ยงเป็น โรค MPS ได้มากที่สุดคือ กลุ่มคนที่ติดมือถือเกิดจากการก้มหน้าใช้สมาร์ทโฟนนานกว่า 10 ชั่วโมง และหนุ่มๆ สาวๆ ออฟฟิศที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หากมีอาการปวดอย่ามัวชะล่าใจทานยาแก้ปวด เพราะนั่นคือการรักษาที่ปลายเหตุ ทางที่ดีที่สุดคือการ ยืดเส้นยืดสาย บริหารร่างกาย ยืดหยุ่นกล้าม อย่างน้อยก็สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

          กันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าเช็คแล้วมีอาการเสี่ยงที่จะเป็น โรค MPS ควรไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจให้ละเอียด เสียเวลาสักนิดเพื่อตรวจเช็คร่างกาย ซึ่งปัจจุบัน โรงพยาบาลธนบุรี มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน โรค MPS นอกจากการตรวจด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และมีคุณภาพแล้ว แพทย์ยังให้เวลาคนไข้ในการพูดคุยอธิบายผลตรวจอย่างละเอียดและเข้าใจอีกด้วย ส่วนราคานั้นก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เพราะเค้ามีแพ็คเกจโปรแกรมตรวจ ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ สามารถไปตรวจได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องราคา อย่ามองข้ามอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ และใส่ใจสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราในอนาคต สามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะแพ็คเกจไหนก็คุ้มกับตัวเรา https://www.thonburicheckup.com/

ขออนุญาตใช้เนื้อหา