กิน น้ำหนักเพิ่ม วิธีกิน อ้วน โรคอ้วน

ไม่มีคำว่าอ้วน!! ถ้ารู้จักวิธีกินอย่างมีสติ ตาม 10 ข้อนี้

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ไม่มีคำว่าอ้วน!! ถ้ารู้จักวิธีกินอย่างมีสติ ตาม 10 ข้อนี้

เชื่อว่าหลายคนต้องเป็น กินเยอะ กินทั้งๆ ที่ไม่หิว กินแบบไม่หยุดปาก จนเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูงมาก แล้วถ้าชอบกินแบบนี้ จะมี วิธีกิน อย่างไรไม่ให้อ้วนล่ะ มาหาคำตอบ

5 ท่าออกกำลังกาย ลดแขน ลดขา ลดพุง By ปาร์ค ฮยอน ซอน

วิธีกินแบบมีสติ ไม่มีคำว่าอ้วน!!

1. ฝึกกินตามเวลา ไม่ใช่ตามอารมณ์ และทางที่ดีควรจะเป็นเวลาเดียวกันทุกๆ วัน เพื่อสร้างระเบียบวินัยการกิน ทั้งยังป้องกันไม่ให้เป็นโรคกระเพาะได้อีกด้วย

2. ตักอาหารทั้งหมดที่จะกินใส่จาน โดยกะปริมาณให้เหมาะสมตั้งแต่แรก อย่าตักไปกินไป เพราะมันจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการกิน แล้วก็หยุดไม่ได้ยังไงล่ะ

3. ขณะกิน อย่าดูทีวี เล่นมือถือ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วย เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้มันจะเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้คุณเผลอหยิบอาหารเข้าปากแบบไม่มีหยุด

4. ฝึกกินแบบนักวิจารณ์อาหาร ค่อยๆ ละเลียด รับรู้รสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส เคี้ยวช้าๆ อย่ารีบเคี้ยวกลืน นอกจากนี้อย่ารีบกินด้วยความหิว เพราะมันจะทำให้คุณอิ่มช้า สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการกินต่อไปเรื่อยๆ

5. วางน้ำเปล่า 1 แก้วไว้ข้างจาน หมั่นจิบน้ำเป็นระยะระหว่างมื้อ

6. ระหว่างกินต้องตั้งสติ คอยถามตัวเองเป็นระยะๆ ว่า ตอนนี้อิ่มแค่ไหนแล้ว

7. หยุดรับประทานเมื่ออิ่มได้ 8 ใน 10 ส่วนของท้อง ไม่ต้องรอให้อิ่มมากๆ ถึงจะวางช้อน และอย่าพยายามยัดของกินทั้งหมดลงไปเพียงเพราะความเสียดาย เพราะนอกจากมันจะทำให้คุณอิ่มเกินความจำเป็นแล้ว มันยังไม่ดีต่อสุขภาพอีกด้วยนะ

8. ถ้าจะกินขนม หรือผลไม้ต่อหลังมื้ออาหาร ต้องเผื่อพื้นที่ในกระเพาะและโควต้าแคลอรี่เอาไว้ด้วย เพราะคนเราไม่ได้มีสองกระเพาะ เพื่อแยกของคาวและของหวานอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

9. เน้นกินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ธัญพืช เพราะจะเป็นการบังคับให้ต้องเคี้ยวนานขึ้น อีกทั้งอาหารเหล่านี้ยังอยู่ท้องอิ่มนานกว่าอาหารที่ไม่มีกากใย

10. ฝึกนั่งสมาธิหรือโยคะ จะช่วยให้มีสติในการใช้ชีวิตประจำวันทุกๆ ด้าน รวมถึงการกินด้วย

นอกจากการกินแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ คุณจะต้องรู้ตัก “ออกกำลังกาย” จงท่องเอาไว้ว่า ถ้าเอาเข้าไม่เอาออก มันก็จะสะสมอยู่ในร่างกายของคุณ คราวนี้ถ้าน้ำหนักเพิ่ม หรืออ้วนขึ้นมา ก็คงไม่ต้องสงสัยใดๆ อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

ที่มา : ปรภัต จูตระกูล Team Content www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา