ถอดเล็บ น้ำยาทาเล็บ วิธีดูแลเล็บ เชื้อรา เล็บ เล็บมือ เล็บเท้า เล็บเปราะ เล็บแตก

เรื่องนี้ต้องรู้!! 9 วิธี ดูแลเล็บอย่างไร ให้เล็บมีสุขภาพที่ดี

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / เรื่องนี้ต้องรู้!! 9 วิธี ดูแลเล็บอย่างไร ให้เล็บมีสุขภาพที่ดี

เห็นเล็บเป็นจุดเล็กๆ ในร่างกาย อย่าคิดว่าไม่สำคญเด็ดขาดนะ เนื่องจาก 1 เดือน เล็บสามารถงอกยาวออกได้แค่ 3 มิลลิเมตร ส่วนเล็บเท้านั้นก็จะงอกยาวช้ากว่าเล็บมือ 2-3 เท่า เพราะฉะนั้นถ้าดูแลรักษาไม่ดี เป็นเชื้อรา หรือว่าต้องถอดเล็บ คงจะต้องใช้เวลานาน 6 เดือน – 1 ปี กว่าเล็บจะงอกยาวขึ้นมาใหม่ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งยาวช้าไปอีก วันนี้เราจะมาบอก วิธีดูแลเล็บ ให้ฟังกันว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง

Nail Hack! วิธีทาเล็บให้แห้งเร็ว ภายในพริบตา มาชม…

9 วิธีดูแลรักษาเล็บให้สุขภาพดี

1. อย่าให้เล็บได้รับอันตราย

หมั่นถนอมเล็บเอาไว้บ้าง ไม่ใช้เป็นเครื่องมือแทนอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไขควง เป็นต้น เวลาจะหยิบจับอะไร อย่าใช้เล็บจิกหรือดึงขึ้นมา ให้ใช้ปลายนิ้วมือแทน

2. สวมถุงมือ เวลาทำความสะอาด

เนื่องจากเวลาทำความสะอาด หากไม่สวมถุงมือ จะทำให้เล็บ และผิวหนังรอบเล็บโดนสารเคมี ไม่ว่าจะเป็น สบู่ ผงซักฟอก น้ำมันทำความสะอาด สิ่งเหล่านี้จะทำให้เล็บขรุขระ เปราะ และแตกหักได้ง่าย นอกจากนี้ผิวหนักข้างเล็บก็อาจติดเชื้อโรคได้ง่าย

วิธีดูแลเล็บ

3. ไม่ควรทำเล็บบ่อยๆ

การทำเล็บบ่อยๆ จะเป็นอันตรายต่อเยื้อหุ้มเล็บ ซึ่งเป็นผิวหนังที่ปกคลุมโคนเล็บอยู่ นอกจากนี้การทำเล็บด้วยอุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่ไม่สะอาด ก็เพิ่มความเสี่ยงให้ผิวหนังติดเชื้อโรคได้ จนเกิดการอักเสบได้

4. หาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดีๆ ก่อนซื้อ

สำหรับใครที่จะซื้อผลิตภัณฑ์มาดูแลบำรุงเล็บ ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ควรหาข้อมูลดีๆ ก่อน เพราะของบางอย่างก็ไม่ได้เป็นมิตรต่อเล็บเราเสมอไป เช่น น้ำยาพวกเคลือบชักเงาเล็บ เมื่อทาแล้วต้องทิ้งไว้ให้แห้งนาน 15 นาที ไม่งั้นถ้าเล็บยังไม่แห้งแล้วไปถูกผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย อาจเกิดการระคายเคืองได้ ส่วนน้ำยาทาเล็บก็สามารถทำให้เราแพ้ได้เหมือนกัน โดยอาการแพ้จะเกิดหลายตำแหน่ง เช่น เป็นผื่นรอบดวงตาจนทำให้ดูคล้ายตัวแร็กคูน เพราะใช้เล็บเกาเปลือกตาโดยไม่รู้ตัว หากรู้ตัวว่าแพ้น้ำยาทาเล็บชนิดใด ให้เปลี่ยนหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้จะดีกว่า

5. ว่าด้วยเรื่องเล็บขบ

เล็บขบ เกิดจากการตัดเล็บไม่ถูกวิธี คือ ตัดเล็บโค้งมากเกินไป เมื่อเล็บงอกใหม่ จะแทงเข้าไปในหนังหุ้มเล็บ เพราะฉะนั้นควรตัดให้ปลายเรียบเสมอกัน ไม่ต้องโค้งงอ และไม่ควรใส่รองเท้าที่แคบ หัวแหลม รวมถึงรองเท้าส้นสูง เพราะจะทำให้น้ำหนักตัวถูกทิ้งมาอยู่ที่บริเวณปลายนิ้วและเล็บ

วิธีดูแลเล็บ

6. ตะไบเล็บให้ถูกวิธี

เวลาจะใช้ตะไบเล็บ ให้ใช้ด้านที่เป็นเม็ดละเอียด ตะไบจากด้านข้างเข้าสู่ตรงกลางเล็บ

7. ดูแลหนังหุ้มโคนเล็บยังไง

ให้แช่มือและเท้าในน้ำอุ่น 2-3 นาที แล้วจึงค่อยๆ ทำความสะอาดหนังบริเวณนี้ อาจทาครีม หรือทาน้ำมันมะกอก เพิ่มความชุ่มชื่น ทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่แห้ง แตกเป็นขุย อย่าใช้เครื่องมือแข็งๆ มาเขี่ยบริเวณนั้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้เล็บได้รับบาดเจ็บ เกิดเป็นร่องหรือสันนูนขึ้นมาได้

8. อย่าปล่อยให้เล็บแห้ง

หากเล็บแห้ง จะมีโอกาสเปราะและแตกหักได้ง่าย วิธีดูแลก็คือ ก่อนนอนให้แช่มือลงในน้ำอุ่น 10-15 นาที ซับน้ำให้แห้งหมาดๆ แล้วทาครีมให้ความชุ่มชื้นที่มือและเล็บ

9. อย่าเชื่อโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ

โดยเฉพาะโฆษณาที่บอกว่า… ถ้าเล็บเปราะและแตกง่าย ร่างกายควรได้รับสารอาหารคือ เจลาติน แคลเซียม เหล็ก เพราะโปรตีนของเล็บเป็นชนิดเคอราติน ไม่ใช่เจลาติน นอกจากนั้น แคลเซียมและเหล็กในเล็บเป็นส่วนประกอบที่มีเพียงเล็กน้อย และมักได้รับเพียงพอจากอาหารประจำวันอยู่แล้ว

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา