มีเสมหะ มีไข้ สายเสียงอักเสบ เจ็บคอ เสียงหาย เสียงแหบ ไม่สบาย ไอ

พาหาคำตอบ เสียงแหบ ไอ เจ็บคอ จน สายเสียงอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไร?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / พาหาคำตอบ เสียงแหบ ไอ เจ็บคอ จน สายเสียงอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไร?

กล่องเสียง ประกอบด้วย กระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อหลายชิ้นทำงานร่วมกับสายเสียง ขึงตึงจากด้านในของลูกกระเดือกไปยังส่วนหลังของกล่องเสียง เสียงพูดเกิดจากลมหายใจออกที่ผ่านออกจากปอดและหลอดลม ไปยังสายเสียงช่วงที่เราพูดกล้ามเนื้อของสายเสียงจะดึงสายเสียงให้เข้ามาชิดกัน ลมจากปอดนี้จะดันให้สายเสียงเปิด – ปิด แยกออกเป็นจังหวะมีผลให้สายเสียงเกิดการสั่นสะเทือน ถ้าสายเสียงสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูง เสียงจะสูง ถ้าสายเสียงสั่นสะเทือนด้วยความถี่ต่ำเสียงจะทุ้ม เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของสายเสียงเพียงอย่างเดียวจะมีแต่เสียงสูงต่ำ จนเมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของอวัยวะที่อยู่เหนือสายเสียง คือ อวัยวะในช่องคอและช่องปาก เช่น ลิ้น ฟัน เพดาน ก็จะทำให้เกิดเป็นเสียงพูด จะเห็นได้ว่าสายเสียงเป็นอวัยวะที่สำคัญในการสร้างเสียง หากเกิดปัญหากับสายเสียง เช่น ใช้เสียงผิดวิธี หรือเกิดการติดเชื้อของสายเสียง จะทำให้เกิด สายเสียงอักเสบ บวมแดง เกิดตุ่มที่สายเสียง (vocal nodule) สายเสียงก็จะไม่สามารถผลิตเสียงที่มีคุณภาพดีๆ ได้ ทำให้เกิดเสียงแหบแห้ง หรือเสียงหายตามมา

สายเสียงอักเสบ แบ่งเป็น 2 ชนิด

1. สายเสียงอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่มักเป็นชั่วคราว (ไม่เกิน 3 สัปดาห์) ผู้ป่วยมักจะดีขึ้นหลังให้การรักษาสาเหตุ

2. สายเสียงอักเสบเรื้อรัง ส่วนใหญ่มีอาการนานเกิน 3 สัปดาห์ มักเป็นๆ หายๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

สาเหตุของอาการสายเสียงอักเสบ

1. การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อวัณโรค ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เมื่อเป็นหวัดจะมีการอักเสบของบริเวณช่องจมูกและภายในคอ การอักเสบนี้อาจลามต่อไปถึงกล่องเสียงและสายเสียง ทำให้สายเสียงอักเสบ ส่วนใหญ่เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส จะทำให้เกิดการอักเสบของสายเสียง อยู่นาน 1-3 สัปดาห์ แต่เชื้อรา และเชื้อวัณโรค จะทำให้เกิดการอักเสบของสายเสียงนานเป็นเดือน บางรายอาจมีอาการไข้ ไอเรื้อรัง น้ำหนักลดร่วมด้วย

2. การได้รับแรงกระแทกบริเวณกล่องเสียง อาจทำให้สายเสียงอักเสบ หรือการหายใจเอาไอร้อนจัด สารเคมี หรือแก๊สที่ทาให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย เข้าไป อาจทาให้สายเสียงอักเสบได้

3. การใช้เสียงที่ผิดวิธี จนติดเป็นนิสัย เช่น ชอบตะโกนหรือใช้เสียงมากและนานเกินไป อาจทำให้สายเสียงอักเสบได้ เช่น นักร้องช่วงงานชุก, นักการเมืองช่วงหาเสียง, นักพูดที่ต้องพูดนาน

4. การระคายเคืองเรื้อรัง เช่น จากการไอเรื้อรัง, สูบบุหรี่,ดื่มสุรา, น้ำย่อยในผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งน้ำย่อยในกระเพาะ อาหารจะไหลย้อนไปที่กล่องเสียงไปสัมผัสสายเสียงที่อยู่ทางด้านหน้า ทำให้สายเสียงอักเสบได้ ผู้ป่วยมักมีอาการเสียงแหบ เจ็บคอ หลังตื่นนอนตอนเช้า พอสายๆ ก็ทุเลาไปเอง โดยไม่ได้มีอาการเป็นไข้หวัดแต่อย่างใด, ไซนัสอักเสบเรื้อรังแล้วมีน้ำมูกหรือหนองไหลลงคอไประคายเคืองสายเสียง, การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้, ของฉุน, ฝุ่น, ควันเป็นประจำ

อาการเป็นอย่างไร?

1. เสียงแหบ บางรายอาจเป็นมากจนถึงขั้นไม่มีเสียงอาจมีอาการหลังเป็นไข้หวัด เจ็บคอ ไอ ถ้าเกิดจากการระคายเคือง มักมีอาการเสียงแหบหลังสูบบุหรี่ หรือดื่มสุราจัด ถ้าเกิดจากการใช้เสียงมักมีอาการเสียงแหบหลังจากร้องเพลงมาก หรือพูดมาก

2. เจ็บคอ, คอแห้ง, รู้สึกคล้ายมีอะไรอยู่ในคอ, กลืนลำบาก ,กลืนเจ็บ,สำลัก

3. มีเสมหะข้นเหลือง/เขียว หรือมีเลือดปน

4. มีไข้นานเกิน 1 สัปดาห์ หรือเสียงแหบนาน เกิน 2 สัปดาห์ น้ำหนักลดร่วมด้วย

การตรวจวินิจฉัย

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์ก็จะซักถามอาการต่างๆ จากนั้นแพทย์ก็จะตรวจร่างกาย โดยใช้ กระจกเงาสะท้อนแสง ใส่เข้าไปในปาก เพื่อดูว่าสายเสียงของท่านผิดปกติหรือไม่ บวมหรือไม่ มีก้อนหรือไม่ ทดสอบการทำงานของสายเสียง โดยให้ร้องคำว่า อี อี (indirect laryngoscopy) ถ้าดูแล้วยังสงสัยหรือเห็นไม่ชัด แพทย์ก็จะใช้เครื่องมือพิเศษคือกล้องส่องที่มีเลนส์ขยายพิเศษ ใส่เข้า ทางปาก เพื่อดูรายละเอียดของสายเสียง (telescopy) แต่ถ้าดูยังไม่ชัด แพทย์อาจใช้กล้องชนิดพิเศษที่มีสายอ่อนและ มีเลนส์ขยายใส่เข้าทางจมูก (fiber -optic laryngoscopy) ซึ่งจะทาให้เห็นสายเสียงได้ชัดเจนมากขึ้น การตรวจทั้งหมดนี้ ไม่เจ็บ เพราะ แพทย์จะให้ยาชาเฉพาะที่ก่อนตรวจ ถ้าแพทย์พบก้อนที่ผิดปกติบนสายเสียงแพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ออกมาเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติม

การรักษาตามสาเหตุที่พบ

– ถ้าเกิดจากไวรัส (เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่) แพทย์จะให้ยาบรรเทาตามอาการ เพราะส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้นเอง

– ถ้าเกิดจากแบคทีเรีย (เสมหะข้นเหลือง/เขียว หรือมีทอนซิลอักเสบบวมแดง) แพทย์จะให้ยาต้านจุลชีพ

– ในรายที่เกิดจากการระคายเคือง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง (เช่น บุหรี่ สุราการใช้เสียง)

– ในรายที่เกิดจากโรคกรดไหลย้อน แพทย์จะให้ยาลดการสร้างกรด และแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

– ถ้าเกิดจากเชื้อราหรือเชื้อวัณโรค แพทย์จะให้ยาต้านเชื้อรา หรือยารักษาเชื้อวัณโรค

– ถ้าผู้ป่วยมีตุ่มที่สายเสียง (vocal nodule) ซึ่งเกิดจากการใช้เสียงมากผิดปกติ และผู้ป่วยฝึกการพูดและการใช้เสียงแล้วอย่างน้อย 3 เดือน แต่อาการเสียงแหบยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเอาตุ่มดังกล่าวออก

– แพทย์อาจให้รับประทานยาสเตียรอยด์ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลดการบวม และการอักเสบของสายเสียงโดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการใช้เสียงอย่างเร่งด่วนเช่น จะต้องไปร้องเพลง หรือบรรยาย

ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้

– งดบุหรี่ สุรา กาแฟ น้ำอัดลม และพักการใช้เสียงจนกว่าอาการจะทุเลา

– ดื่มน้าอุ่นมากๆ, หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่อสายเสียง เช่น ฝุ่น, ควัน

– รับประทานยาบรรเทาตามอาการ เช่น ยาลดไข้แก้ไอ

ที่มา : ศูนย์โสต-ศอ-นาสิก เฉพาะทาง ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา