ขี้ลืม ความจำ วิธีช่วยจำ สมอง อาการขี้ลืม เทคนิควิธีแก้อาการขี้ลืม

ขี้ลืมบ่อยต้องฟัง! 11 เทคนิคช่วยจำ ไม่หงุดหงิดกับอาการ ขี้ลืม อีกต่อไป

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ขี้ลืมบ่อยต้องฟัง! 11 เทคนิคช่วยจำ ไม่หงุดหงิดกับอาการ ขี้ลืม อีกต่อไป

อาการ ขี้ลืม เป็นสิ่งที่เกิดได้กับทุกคน จนหลายๆ ครั้งก็ทำให้เราแอบหงุดหงิดใจเหมือนกันนะ วันนี้ Health Mthai จะเอาทริคเล็กๆ น้อยๆ มาแชร์ให้ฟังกันว่า ทำอย่างไร ถึงจะแก้อาการขี้ลืมได้…

เทคนิควิธีแก้อาการขี้ลืม

1. จดบันทึกช่วยจำ

การจดบันทึกลงสมุดที่มีวันที่กำกับ หรือแพลนเนอร์ จะทำให้เราวางแผนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรจดพวกเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อน ครอบครัว ที่อยู่ รวมไปถึงข้อมูลสุขภาพ เผื่อเวลาฉุกเฉินจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ การทำแบบนี้จะเป็นการทบทวนความจำได้ดีเลยทีเดียว

2. พูดกับตัวเองดังๆ

ลองพูดดังๆ ออกมาในห้องน้ำ หรือหน้ากระจก หลายๆ ครั้งว่า วันนี้คุณจะทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นการเตือนสติตัวเอง ถ้ากลัวจะลืมอีก ก็ให้อัดเสียงแล้วพกติดตัวไว้ หากลืมก็แค่หยิบขึ้นมาเปิดฟังใหม่

3. ติดโน้ต

เขียนสิ่งที่จะต้องทำ รวมไปถึงนัดต่างๆ ลงกระดาษโน้ต หรือ Post-it สีๆ แล้วแปะไว้ที่กระดาน ตู้เย็น ประตูห้อง หรือที่ๆ คุณต้องเห็นเป็นประจำ ทุกครั้งที่เห็นโน้ตก็จะทำให้คุณนึกขึ้นได้ว่าคุณจะต้องทำอะไร แอบกระซิบทริคๆ เล็กๆ อีกอย่างนึง ให้ลองเลือกกระดาษที่มีสีสันดู มันจะช่วยให้สมองของคุณจดจำได้ดียิ่งขึ้น

4. เก็บข้าวของให้เป็นที่

การวางของสะเปะสะปะ นอกจากจะหาไม่เจอแล้ว จะยิ่งทำให้เราลืมได้ง่ายอีกด้วย เพราะฉะนั้นคุณควรจะเก็บหรือวางของสิ่งๆ นั้นไว้ในที่ที่มันควรอยู่ หรือที่ๆ มองเห็นง่าย เพื่อก่อนออกจากบ้านจะได้ไม่ลืมหยิบมันติดไป

5. อย่าจับปลาหลายมือ

ไม่ควรทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เช่น คุยโทรศัพท์ และดูโทรทัศน์ไปพร้อมๆ กัน เพราะมันจะทำให้คุณไม่มีสมาธิมากเพียงพอที่จะจดจำ

ขี้ลืม

6. ปฎิบัติตัวเป็นกิจวัตร

การทำอะไรซ้ำๆ เหมือนๆ กัน จะช่วยให้สมองจำได้โดยไม่ต้องพยายาม เช่น ถ้าคุณอ่านหนังสือยังไม่จบ แต่ต้องลุกไปทำอย่างอื่น ให้คุณวางหนังสือไว้ที่ใดที่หนึ่งเป็นประจำ แล้วสมองจะสั่งการโดยอัตโนมัติว่า จะต้องไปหยิบหนังสือมาอ่านต่อจากที่ใด

7. ใช้ทริคช่วยจำ

ลองใช้ทริคช่วยจำ ประเภทเพลง คำคล้องจอง หรือคำย่อต่างๆ เหมือนที่ตอนเด็กๆ เราชอบท่องกัน เช่น เช่น ฟ-ส-น-ม (ทำฟัน-เอาหนังสือไปคืนเพื่อน-เติมน้ำมันรถ-จ่ายค่ามือถือ) วิธีนี้จะใช้ได้ดีมาก ในกรณีที่คุณจะต้องทำหลายอย่างในหนึ่งวัน

8. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

สมองจะจำอะไรได้ช้าลงเมื่ออายุมากขึ้น เพราะฉะนั้นให้ทำอะไร ช้าลงหน่อย ถ้าพูดเร็ว ทำเร็ว ก็จะทำให้สมองจดจำเรื่องราวเหล่านั้นไว้ไม่ทัน

9. ร่างกายแข็งแรง

การดูแลตัวเองให้แข็งแรง ก็จะทำให้ความจำแข็งแรงไปด้วย เพราะฉะนั้นต้องทานอาหารให้ครบ นอนให้เพียงพอ ดูแลตัวเองให้ดี

10. บริหารสมองบ้าง

ทำกิจกรรมที่แตกต่างไปบ้าง เช่น ดูหนัง เล่นเกม อ่านหนังสือ เล่นดนตรี ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้สมองได้ออกกำลังกาย เมื่อสมองแอคทีฟ ก็จะคิดอะไรได้เร็ว รวมถึงความจำได้ด้วย

11. เข้าใจความถนัดของตัวเอง

คน เราแต่ละคนที่ความถนัดไม่เหมือนกัน บางคนจำได้ดีเมื่อได้มองเห็น (จดบันทึก) บางคนจำได้ดีกว่าเมื่อได้ยินเสียง (พูดดังๆ/อัดเทป) แต่ก็มีบางคนจะจำได้ก็ต่อเมื่อได้ลงมือ ปฎิบัติหรือมีประสบการณ์ร่วม (เขียน/ทำ) ลองสังเกตุดูว่าคุณจำได้ดีกับวิธีการ ไหน แล้วเลือกวิธีการที่เหมาะที่สุดสำหรับตัวคุณเอง แต่ถ้าจะให้ดี ใช้ทั้ง 3 วิธีสลับกันก็จะช่วยให้สมองได้ฝึกทักษะมากขึ้น

ที่มา : สสส.

ขออนุญาตใช้เนื้อหา