หวาน มัน เค็ม อาหารรสจัดที่คุณชอบทาน ที่แท้ทำร้ายร่างกายแบบนี้เอง!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / หวาน มัน เค็ม อาหารรสจัดที่คุณชอบทาน ที่แท้ทำร้ายร่างกายแบบนี้เอง!!
ฉลากโภชนาการ น้ำตาล มัน หวาน อาหาร อาหารรสจัด เค็ม โซเดียม ไขมัน

การปรุงอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้อาหารจานนั้นๆ อร่อยถูกปากเรา ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวด้วย ว่าแต่ละคนชอบทานรสชาติแบบไหน แต่คุณรู้ไหมว่า ทุกครั้งที่คุณปรุงอาหารให้อร่อยถูกปาก ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน มัน หรือเค็ม เมื่อร่างกายได้รับรสชาตินั้นในปริมาณที่มากเกินไป จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง…?

หวานแค่ไหนกำลังดี

น้ำตาล เป็นสารให้ความหวานในอาหาร และเป็นหนึ่งในสารที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ ไม่ว่าจะในกระบวนการเผาผลาญหรือกระบวนการขับของเสีย ล้วนต้องอาศัยพลังงานจากน้ำตาลแทบทั้งสิ้น แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินเป็น ไขมันสะสม ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วน และนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังในที่สุด

การทานหวานให้ปลอดภัย ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา/วัน (1 ช้อนชา 4 กรัม )  ซึ่งในชีวิจประจำวัน อาจเป็นไปได้ยาก แต่อย่างน้อยก็ควรปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง เพื่อลดและเลี่ยงปริมาณน้ำตาลที่จะได้รับต่อวัน เช่น ดื่มเครื่องดื่มหวานน้อย หรือดื่มน้ำเปล่า และควรชิมก่อนปรุงทุกครั้ง เป็นต้น

อาหารรสจัด

เค็มแค่ไหนไม่อันตราย

ไต เป็นอวัยวะที่ทำงานกับ รสเค็มโดยตรง ซึ่งไตจะมีหน้าที่ช่วยปรับโซเดียมในร่างกายให้สมดุล ถ้าโซเดีวในร่างกายมากเกินไป ไตก็จะสั่งให้ขับออกทางปัสสาวะ แต่ถ้าน้อยเกินไป ไตก็จะดูดโซเดียมกลับไปสู่กระแสเลือดได้ ดังนั้นเมื่อไตทำงานผิดปกติ ก็จะไม่สามารถขับเกลือออกจากเลือดได้ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ทำงานหนักขึ้น ความดันเลือดสูง เมื่อหัวใจทำงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆ จะมีผลให้เกิดหัวใจวายได้

การบริโภคเกลือไม่ควรเกิน 1 ช้อนชา ต่อวัน (โซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน) แต่เกลือก็ไม่ใช่ที่มาของรสเค็มเพียงอย่างเดียว แต่มันยังรวมไปถึงปริมาณโซเดียมที่แอบแฝงอยู่ในอาหารหลากหลายประเภท เช่น บรรดาเครื่องปรุงรส อาหารสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยวต่างๆ หรือแม้แต่ผัก ธัญพืช และเนื้อสัตว์ ก็มีโซเดียมอยู่ในตัวเอง

หากเป็นคนติดรสเค็มแล้วอยากลองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อลดโรค ควรงดการเติมเครื่องปรุง เพราะในเครื่องปรุงรสแทบทุกชนิดมีโซเดียมแฝงอยู่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เลี่ยงอาหารสำเร็จรูป และอาหารแปรรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, อาหารสำเร็จรูป,​ ไส้กรอก, หมูยอ, แหนม, เบคอน, ผักดอง, ผลไม้ดอง, เครื่องจิ้มผลไม้, ปลาเค็ม, ไข่เค็ม, เต้าหู้ยี้ หรือขนมขบเคี้ยว เป็นต้น

อาหารรสจัด

มันแค่ไหนถึงจะปลอดภัย

แม้ไขมันจะมีประโยชน์ต่อการทำงานของสมองและหัวใจ แต่หากร่างกายได้รับไขมันมากเกินความจำเป็น ไขมันเหล่านั้นอาจนำไปสู่อาการป่วยของโรคไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคหัวใจ โดยเฉพาะคนที่เผลอรับประทานอาหารประเภทไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันทรานส์สูงเป็นประจำ โดยควรบริโภคน้ำมันไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา หรือประมาณ 30 กรัม

นอกจากอาหารประเภททอดแล้ว ในอาหารชนิดอื่นๆ ก็มีไขมันแฝงตัวอยู่ เช่น ขนมเค้ก ขนมที่ใส่กะทิ อาหารแปรรูปอย่าง กุนเชียง ใส่กรอก ทูน่ากระป๋อง ปลากระป๋อง เนื้อสัตว์ติดมัน และอาหารประเภทถั่ว เป็นต้น

เห็นไหมล่ะ ไม่ว่ารสหวาน มัน หรือเค็ม หากบริโภคมากเกินไป ก็ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการออกกำลังกาย เผาผลาญสิ่งที่ทานเข้าไปก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้เรายังต้องรู้จักอ่านฉลากโภชนาการให้เป็น เพื่อที่จะได้ควบคุมปริมาณการทานอาหารต่างๆ ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา : รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ ประธานคณะกรรมการบริหาร สาขาวิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา