ปากเขียว พูดอ้อแอ้ ภาวะตัวเย็นเกิน สั่น หงุดหงิด หนาว หนาวเย็น อากาศหนาว เดินเซ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน

ทำความรู้จัก ภาวะตัวเย็นเกิน ภัยร้ายหน้าหนาว ที่คร่าชีวิตได้!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ทำความรู้จัก ภาวะตัวเย็นเกิน ภัยร้ายหน้าหนาว ที่คร่าชีวิตได้!!

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สังเกตไหมว่าอากาศของบ้านเราเย็นลงมากกว่าปกติ บางวันฝนก็ตกอีก ทำให้เราต้องดูแลตัวเอง พยายามทำร่างกายให้อบอุ่นเสมอ เพราะสิ่งหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในหน้าหนาวนี้คือ “ภาวะตัวเย็นเกิน” ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จากการสัมผัสอากาศที่นาวเย็นจนส่งผลให้ระบบหรืออวัยวะต่าง ๆ ทำงานไม่ปกติ จนนำไปสู่การเสียชีวิต

ภาวะตัวเย็นเกินหรือไฮโปเธอร์เมีย (Hypothermia) นั้น เป็นภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำเกินไป ทำให้อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจ และสมองได้รับผลกระทบจนทำหน้าที่ผิดปกติ บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ 

ภาวะตัวเย็นเกิน

สาเหตุของภาวะตัวเย็นเกิน

1. การสัมผัสกับความหนาวเย็น เช่น อยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศหนาว หรือแช่อยู่ในน้ำเย็นจัด ซึ่งมักเกิดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุ

2. ร่างกายสูญเสียกลไกการปรับอุณหภูมิ ทำให้ไม่สามารถสร้างและเก็บความร้อนในร่างกายได้ มักพบในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และในผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพาต โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน โรคเบาหวานที่มีภาวะประสาทเสื่อม ภาวะขาดไทรอยด์ ภาวะขาดอาการ ผู้ที่กินยานอนหลับ ยากล่อมประสาท รวมถึงผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

อาการของภาวะนี้

ระยะแรกจะมีอาการสั่น พูดอ้อแอ้ เดินเซ งุ่มง่าม หงุดหงิด สับสน ความสามารถในการคิดและการตัดสินใจด้อยลง เมื่ออุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงไปอีก ผู้ป่วยจะหยุดสั่น มีอาการเพ้อคลั่ง ไม่รู้ตัว อาจจะหมดสติและหยุดหายใจหรือเสียชีวิตได้

หลังจากเกิดภาวะนี้เมื่อผู้ป่วยถูกส่งตัวถึงแพทย์แล้ว จะมีการวินิจฉัยจากประวัติการสัมผัสถูกความหนาวเย็น อาการที่ตรวจพบระยะแรกผิวหนังผู้ป่วยจะเย็นและซีด จากนั้นมีการหนาวสั่น หายใจเร็ว ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดสูง เมื่ออุณหภูมิร่างกายลดต่ำกว่า 32 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะไม่หนาวสั่น แต่จะหายใจช้าลง ชีพจรเต้นช้าลงหรือเต้นผิดจังหวะ ประกอบกับมี ความดันเลือดต่ำ ปากเขียว ตัวเขียว รูม่านตาโต 2 ข้าง หรือถึงขั้นหมดสติ หยุดหายใจ

ภาวะตัวเย็นเกิน

การปฐมพยาบาล

1. พาผู้ป่วยหลบอากาศที่หนาวเย็น หรือขึ้นจากน้ำเย็น นำเข้าไปในห้องที่อบอุ่นและไม่มีลมเข้า

2. ถ้าเสื้อผ้าเปียกน้ำควรเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่แห้ง

3. ทำการอบอุ่นร่างกายโดยห่อหุ้มด้วยผ้านวม ผ้าห่ม หรือเสื้อผ้าหนา ถ้าอยู่กลางแจ้งควรใช้ผ้าหนาคลุมใบหน้าและศีรษะเพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน หรือนอนกอดเพื่อถ่ายเทความร้อนให้ผู้ป่วย

4. จับผู้ป่วยให้นอนนิ่งในท่านอนหงายบนพื้นที่อบอุ่น โดยหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่จำเป็น ห้ามนวดหรือแตะต้องตัวผู้ป่วยด้วยความรุนแรง เพราะอาจกระทบกระเทือน จนทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

5. ถ้าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวควรให้ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มอุ่นๆ ห้ามให้ผู้ป่วยดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสม  เพราะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็ว

6. ถ้าหยุดหายใจให้ช่วยเหลือด้วยวิธีการเป่าปาก จากนั้นรีบส่งให้ถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุด

การป้องกัน

มีหลักควรปฏิบัติ ได้แก่ ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศหนาว ถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้เพียงพอปกคลุมถึงหน้าและศีรษะ และใส่ถุงมือ-ถุงเท้า ควรดูแลกลุ่มเสี่ยงในช่วงที่อากาศหนาวเย็น เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวจัด นี่เป็นคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อป้องกันภาวะ “ไฮโปเธอร์เมีย (Hypothermia) หรือภัยฤดูหนาว” โดยเฉพาะผู้ที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์ รวมถึงผู้ที่นิยมดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายหนาว ต้องระวังไว้!

ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ขออนุญาตใช้เนื้อหา