ไขข้อสงสัย คลอดเอง VS ผ่าคลอด แบบไหนอันตรายกว่ากัน?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ไขข้อสงสัย คลอดเอง VS ผ่าคลอด แบบไหนอันตรายกว่ากัน?
คลอดตามธรรมชาติ คลอดลูก ผ่าคลอด อันตรายของการผ่าคลอด

การคลอดลูก สามารถทำได้ 2 วิธี คือ คลอดตามธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอด ซึ่งก็ยังมีว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่สงสัยอยู่บ้างว่า การคลอดเองตามธรรมชาติ กับการผ่าตัดคลอดเนี่ย แบบไหนเสี่ยงอันตรายมากกว่ากัน วันนี้ Health Mthai จะมาแชร์ข้อมูลดีๆ ให้ฟังกันค่ะ

การคลอดเองตามธรรมชาติ คือการที่คุณแม่เบ่งคลอดเองทางช่องคลอด ถือเป็นการคลอดปกติ ที่มักลงเอยด้วยความปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย มีคุณแม่จำนวนไม่มากที่ยังคงคลอดทางช่องคลอด แต่คลอดเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือ เช่น คีม หรือเครื่องดูดสูญญากาศช่วยคลอดออกมา กรณีนี้มักจะพบในกรณีที่คุณแม่ไม่มีแรงเบ่ง เบ่งไม่เป็น หรือหัวของลูกหมุนผิดตำแหน่ง แทนที่จะก้มหัวคลอดออกมา กลับแหงนหน้าออกมาแทน เป็นต้น  

การผ่าตัดคลอด เอาลูกออกทางหน้าท้อง เป็นวิธีที่แพทย์ส่วนมากจะสงวนเอาไว้ใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ เช่น ลูกคลอดทางช่องคลอดไม่ได้เพราะตัวใหญ่มาก ลูกนอนอยู่ในท่าหรือแนวที่ผิดปกติ เช่น เอาก้นลงมาอยู่ข้างล่างตอนใกล้คลอดแทนที่จะเอาหัวลงมา หรือบางกรณีก็ผ่าตัดเพราะปัญหาอื่น เช่น รกเกาะต่ำขวางที่ปากมดลูกและมีเลือดออกมา หากทิ้งไว้นานอาจเป็นอันตรายทั้งแม่และลูกในท้องได้ ในบางรายที่คุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และลูกในท้องไม่ค่อยจะแข็งแรงเสี่ยงที่จะขาดออกซิเจนขณะเจ็บท้องคลอดได้ กรณีอย่างนี้คุณหมอก็อาจจะต้องผ่าตัดคลอดเพื่อความปลอดภัยของลูกเช่นกัน

ผ่าคลอด

ถึงแม้ไม่มีปัญหาก็อยากจะผ่าคลอดได้ไหม?

ในอดีตการผ่าตัดคลอดเสี่ยงอันตรายไม่น้อย แต่ในปัจจุบันการผ่าตัดคลอดจัดเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยสูง ดังนั้นทั้งคุณหมอและคุณแม่จึงนิยมผ่าตัดคลอดกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ผ่าเพราะเหตุผลทางการแพทย์ก็เปลี่ยนไปเป็นเหตุผลอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ  เช่น ผ่าเพราะกลัวเจ็บ เพราะถ้าคลอดเองกว่าจะคลอดต้องเจ็บท้องทรมานนานทีเดียว คนเดี๋ยวนี้อดทนสู้คนสมัยก่อนไม่ค่อยได้ บางคนก็ผ่าเพราะกลัวช่องคลอดฉีกขาดมาก กลัวช่องคลอดหลวมหลังคลอดซึ่งจะทำให้มีปัญหาเพศสัมพันธ์ในภายหลัง และบางคนก็ขอร้องให้คุณหมอผ่าตัดเพราะเลือกวันเวลาที่สะดวกเนื่องจากมีปัญหาหลายประการ เช่น ปัญหาการทำงาน หรือเลือกฤกษ์ยามในการคลอดไว้แล้ว เป็นต้น

ผ่าท้องคลอดไม่มีอันตรายจริงหรือ ?

แม้จะยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการผ่าตัดคลอดในปัจจุบันมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดคลอดจะไม่มีอันตรายอะไรเลย  และเมื่อเปรียบเทียบกับการคลอดทางช่องคลอดแล้ว การผ่าตัดคลอดก็ยังคงมีอันตรายมากกว่าการคลอดทางช่องคลอดอยู่ดี

ผ่าคลอด

อันตรายจากการผ่าตัดคลอด เมื่อเปรียบเทียบกับการคลอดทางช่องคลอดที่ควรทราบมีดังนี้

1. การผ่าตัดคลอดจะทำได้ คุณแม่ต้องได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ ซึ่งบางครั้งอาจมีภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  เช่น การมีความดันโลหิตลดต่ำลงทันทีจากการบล็อกหลัง การสำลักน้ำหรืออาหารเข้าไปในหลอดลมจากการดมยาสลบ นอกจากปัญหาที่แม่แล้ว ลูกที่คลอดออกมาจากแม่ที่ได้รับยาสลบอาจเกิดการขาดออกซิเจนและตัวเขียวได้

2. การผ่าคลอดต้องใช้มีดกรีดทั้งที่หน้าท้องและมดลูกเป็นแผลขนาดใหญ่ ทุกครั้งที่กรีดมีด จะมีการเสียเลือดจำนวนไม่น้อยตามมา ในขณะที่การคลอดทางช่องคลอดมีแผลที่ช่องคลอดเพียงเล็กน้อย และเสียเลือดน้อยกว่ากันมาก หากคุณแม่ที่มีปัญหาเลือดจางอยู่แล้ว ถ้าต้องรับการผ่าคลอดอาจเกิดอันตรายได้ง่าย

3. การผ่าตัดคลอดมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าการคลอดทางช่องคลอด และมักเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงในช่องท้อง บางรายอาจเสียชีวิตได้

4. การผ่าตัดคลอดมีโอกาสลงมีดไปโดนอวัยวะอื่น เช่น ลำไส้หรือ กระเพาะปัสสาวะได้ โดยเฉพาะในรายที่เป็นการผ่าตัดคลอดท้องหลัง ซึ่งการผ่าตัดครั้งแรกมีพังผืดในช่องท้องค่อนข้างมาก

5. การผ่าตัดคลอดจะทำให้คุณแม่เจ็บแผลหลังคลอดมากและนานกว่าการคลอดทางช่องคลอด บางคนผ่ามา 3-5 วันแล้วยังเดินไม่ค่อยไหว ให้ลูกกินนมแม่ยังไม่ได้เพราะปวดแผลก็มี แต่ถ้าคลอดทางช่องคลอดหลังคลอดวันเดียวก็เดินได้แล้ว

เคยผ่าคลอดแล้วต้องผ่าอีกหรือไม่ ?

ภายหลังการผ่าตัดคลอด มดลูกของคุณแม่จะมีแผลที่เกิดจากการผ่าตัดซึ่งจะทำให้มดลูกไม่แข็งแรง คล้ายแก้วที่เคยร้าวและใช้กาวเชื่อมติดไว้ เมื่อมีการตั้งท้องครั้งใหม่มดลูกของคุณแม่อาจแตกได้ตอนใกล้ๆ คลอด หรือตอนเจ็บท้องคลอด ดังนั้นคุณหมอส่วนมากจึงมักแนะนำให้คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาแล้ว รับการผ่าตัดคลอดซ้ำ โดยการผ่าตัดครั้งหลังนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้คุณแม่เจ็บท้องก่อน มีคุณแม่บางรายที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อน และคุณหมอแนะนำให้คลอดทางช่องคลอดได้ กรณีนี้คุณหมอต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างละเอียด ว่าต้องไม่เสี่ยงต่อการแตกของมดลูก เช่น ลูกต้องตัวไม่ใหญ่มาก แม่มีแรงเบ่งดี  เป็นต้น ในขณะดูแลคุณแม่ตอนเจ็บท้องคลอดก็ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถดูแลคุณแม่อย่างดี มีอุปกรณ์ดูแลพร้อมเพรียงและถ้าจำเป็นสามารถผ่าตัดคลอดได้ทันที

ที่มา : รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา